คุณย่าชอบร้องไห้

 


ท่ามกลางความวุ่นวายเล็กๆหน้าร้านขายปาท่องโก๋ยามเช้า ลูกค้ารอคิวซื้อปาท่องโก๋ของเจ๊กฮงยาวเป็นแนว อากาศยามเช้าสดใสช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด เจ๊งฮงเป็นคนจีนแก่ๆ ขยันทำงาน ตื่นแต่เช้ามาทำปาท่องโก๋ขาย ของแกเทพ ขายดิบขายดีอยู่เจ้าเดียว เช้านี้ก็เช่นกัน เจ๊กฮงแกทำแป้งเอง ทอดขายเองอยู่หน้ากระทะ ทั้งทอด ตักพัก ตัดแป้ง หยิบขาย ทอนเงินมือเป็นระวิง "2บาท" "อ้ะ เจ๊กฮง 2บาท แต่ว่า สองคนนั่นใครเหรอ มานั่งคุกเข่าอยู่ตรงนั้นทำไม" "คนบ้าน่ะ อั๊วไม่สนใจหรอก อ้ะซื้อแล้วลื้อก็เดินออกไปหน่อย คนรอเยอะ" "ครับๆ" ท่ามกลางความวุ่นวายเล็กๆหน้าร้านปาท่องโก๋ยามเช้า สองผัวเมียมานั่งคุกเข่าข้างๆร้าน อยู่จนเจ๊กฮงแกปิดร้านสายๆ ทุกวัน 10วันแล้ว เจ๊กฮงแกไม่คุยด้วย แกมองๆ แล้วก็เก็บร้าน สองผัวเมียมาคุกเข่าอ้อนวอนเพื่อขอสูตรปาท่องโก๋เจ๊กฮง แต่แกไม่ให้ ขอเป็นลูกมือช่วยขายไม่คิดค่าจ้างแกก็ไม่เอา พวกเขาจึงนั่งคุกเข่าอยู่แบบนั้นวันแล้ววันเล่า จนเจ๊กฮงใจอ่อน "พวกลื้อไม่คิดจะทำมาหากินกันหรือไง มานั่งอยู่ได้ทุกวัน" "ก็อยากจะให้เจ๊กฮงสอนให้นี่แหละครับ จะได้ทำมาหากินดีๆกับเขา" "แล้วตอนนี้พวกลื้อทำอะไรกันล่ะ" "เพิ่งมาจากบ้านนอก เอาข้าวกับข้าวฟ่างมาขายตอนเย็นๆ ใกล้จะหมดแล้วล่ะครับ" "งั้นก็ เช้าพรุ่งนี้ก็มาช่วยอั๊วขายปาท่องโก๋ อยากเรียนรู้ก็จำๆเอาละกัน" "โอ้!! ขอบคุณมากครับ เดี๋ยวพวกเราจะรีบมาแต่เช้าเลยครับ" "แต่อั๊วไม่ให้ค่าจ้างพวกลื้อนะ" "ครับๆ ไม่เป็นไรครับ" สองผัวเมียดีใจยิ้มร่า กอดกันกลมอยู่ตรงนั้น เจ๊กฮงแอบมองและยิ้มเนือยๆก่อนจะเข้าบ้านไป เช้าวันถัดมา สองผัวเมียมาที่ร้านตั้งแต่เช้า มาช่วยเจ๊กฮงขายปาท่องโก๋ เริ่มแรกก็ช่วยทอดช่วยขาย เพราะมันจะง่ายหน่อย ทำไปหลายๆวัน เจ๊กฮงแกก็ให้มาตอนดึก เพื่อมาดูวิธีหมักแป้ง เพราะมันต้องหมักค้างคืน จนเช้ามามันขึ้นฟู ถึงจะใช้ได้ ร่ำเรียนกันมาทั้งตอนครูพักครูสอน จนไม่นานพวกเขาก็ทำเป็น เจ๊กฮงแกไล่ให้ไปเปิดร้านขายเอาเองอยู่หลายครา กว่าสองผัวเมียจะยอมไป "พี่ แน่ใจเหรอ ว่ามันจะขายได้ดี" "พี่ก็ไม่แน่ใจ แต่สูตรเจ๊กฮงแกสุดยอดจริงๆ เราลองหาที่ที่ไม่ต้องแข่งขันมาก ลองตั้งร้านดูก็ดีนะ" สองผัวเมียหาที่ได้แถวพระโขนง เป็นตลาดสด พวกเขาตั้งร้านอยู่หน้าตลาด ใกล้ๆกับร้านโจ๊กอร่อยเจ้านึง เป็นทำเลที่เหมาะมาก เพราะคนทานโจ๊กก็จะทานกับปาท่องโก๋ เพียงแค่ว่ามันมีหลายร้านขายแข่ง แต่ด้วยความที่ของเจ้าสองผัวเมียนี้สะอาด และได้สูตรจากเจ๊กฮงมา ทำให้ของเขาขายดีที่สุดในย่านนั้น นานเข้าก็มีชื่อเสียงจนคนจากที่ไหนๆก็แห่กันมาทานโจ๊กและปาท่องโก๋ที่นี่ หลายปีผ่านไป สองผัวเมียมีเงินเป็นกอบเป็นกำ พอที่จะซื้อตึกแถวละแวกนั้นสัก 3คูหา พวกเขายังคงขายปาท่องโก๋อยู่ และขายโจ๊กเสียเองด้วยในตอนเช้า ตึกแถว3ชั้น ชั้นล่างตั้งโต๊ะเต็ม ชั้น 2-3 ในคูหา 2-3 เปิดให้เช่า เงินทองไม่รั่วไหลไปไหน สองผัวเมียไม่เที่ยว ไม่ฟุ่มเฟือย เก็บออมทุกบาททุกสตางค์ไว้เพื่อสร้างอนาคต ค่ำวันนั้น หลังจากเก็บร้านเสร็จ สองผัวเมียก็เข้าห้อง เปิดโทรทัศน์ดูกัน ภาพขาวดำมีแต่ข่าว สองคนนั่งดูอย่างมีความสุขกับการพักผ่อนหลังเหนื่อยจากงาน "พี่แคล้ว ถอดเสื้อสิ ฉันเช็ดตัวให้" เธอพูดอย่างอ่อนหวานหลังจากเดินไปทำน้ำเย็นมาขันใหญ่ เขาถอดเสื้อออก และนั่งพิงเอนหลังอย่างผ่อนคลาย ให้ศรีภรรยาใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวอย่างแผ่วเบา "พี่ ฉันมีอะไรจะบอกล่ะ" "อะไรเหรอหอมจันทน์" "ฉันตั้งท้องน่ะพี่" สีหน้าของนายแคล้วดูตกใจอยู่ไม่นานก่อนจะยิ้มอย่างดีใจ "จริงหรือนี่" "จริงจ้ะ เรากำลังจะมีลูกกันแล้วนะ" "สุดยอดเลยเมียจ๋า" ในงานศพเจ๊กฮง ผู้คนไม่มากนัก ส่วนมากจะเป็นคนในหมู่บ้านกับญาติๆ กลิ่นควันธูปคละคลุ้งในวัดจีน ผู้คนร้องไห้ บรรยากาศพาให้เศร้าสลดใจ ครอบครัวของนายแคล้วกับหอมจันทน์ก็มาเคารพศพด้วย เขามีลูกชายวัย 6ขวบ กับลูกสาว 3ขวบ ตามมาด้วย "อ้าว สวัสดีพี่แคล้ว" "สวัสดีครับ นี่ฮุยหลานเจ๊กฮงใช่มั้ยนี่ โตเป็นหนุ่มแล้วนะ" "ครับ ได้ธูปรึยังครับ" "อ๋อ ไหว้แล้วครับ แล้วคุณพ่อไปไหนนี่ไม่เห็นเลย" "ป๊าเลิกกับม้านานแล้วครับ ไม่ได้เจอกันเลย" "เสียใจด้วยนะ คุณแม่อยู่ไหนล่ะ พาพี่ไปพบหน่อยสิ" "ครับ ม้าอยู่ทางนี้" ในงานศพ ญาติศรีพี่น้องได้มาเจอกัน ถามสารทุกข์สุกดิบ ครอบครัวนายแคล้วก็เช่นกัน ไม่ได้เจอกับคนในหมู่บ้านนี้นานมาก มีเรื่องคุยกันยาวทีเดียว ขากลับ บนรถ หอมจันทน์นั่งมองของชำร่วยงานศพ เป็นปาท่องโก๋ยางอันเล็กๆ เธอร้องไห้ "น่าสงสารเจ๊กฮงนะพี่" "อย่าร้องเลย เกิดแก่เจ็บตายเป็นธรรมดาโลก วันนึงเราก็ต้องตาย" "พี่ อย่าพูดเรื่องตายเลยนะ ฉันใจไม่ดีเลย" "จ้ะๆๆ งั้นพูดเรื่องอื่นนะ จำได้มั้ยว่าเราพบกันยังไง" "จำได้ ฉันไปจ่ายตลาด พี่แคล้วขี่สามล้อ ฉันนั่งรถพี่กลับทุกวันเลย" "รู้มั้ยว่าพี่ไม่รับลูกค้าคนอื่นเลย เมื่อเห็นหอมมา" "จริงเหรอ" "ใช่ พอเห็นหอมมาพี่ก็จะรอจนหอมจะกลับ แล้วรับหอมกลับบ้าน" "แหม ถึงว่า" "ถึงว่าอะไร?" "ตอนจ่ายตลาด ฉันก็แอบเห็นพี่ปฏิเสธลูกค้าตลอด ก็นึกว่าเป็นคนสันหลังยาวเสียอีก" "อ้าว นี่แอบมองพี่ตลอดเลยเหรอ" "อื้อ พอน่า อายเด็กๆมัน" "อืม ลูกๆหลับหมดแล้วล่ะ" วินาทีที่นายแคล้วหันมามองลูกๆที่หลับอยู่เบาะหลัง ทำให้เกิดอุบัติเหตุรถชน เป็นเรื่องเศร้าที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผลก็คือนายแคล้วกระดูกสันหลังหัก ทำให้เดินไม่ได้ตลอดชีวิต คนอื่นๆปลอดภัยดี เนื่องจากเสาหลักล้มป่วยลง ที่บ้านจึงต้องจ้างลูกจ้าง เงินเก็บก็หมดไปกับค่ารักษาพยาบาล ภาระตกหนักที่หอมจันทน์ ต้องรับงานปักผ้ามาเพิ่ม ไม่เหนื่อยเท่าไหร่ เพราะเป็นงานที่เธอทำเป็นอยู่แล้ว บนเก้าอี้ล้อ นายแคล้วนั่งมองดูโทรทัศน์ ซึ่งตอนนี้มันมีสีแล้ว น้ำตาของเขาไหลผ่านแก้ม ยิ่งนานวันเขายิ่งรู้สึกว่าตนเองนั้นไร้ค่า เป็นความเศร้าสะสมของคนพิการ หอมจันทน์เดินมาเช็ดตัวให้ด้วยน้ำเย็นๆชื่นใจ เธอเป็นสิ่งเดียวที่เป็นความสุขของเขา เพราะมีเธออยู่ เขาจึงยังคงสู้ชีวิตต่อไปได้ เขารวบตัวเธอมากอดไว้แนบอก ค่ำคืนนั้นสองผัวเมียร้องไห้เบาๆ ปล่อยให้สายลมราตรีช่วยเช็ดน้ำตา พวกเขาตกลงใจขายตึกแถวในเวลาต่อมา เพื่อหาเงินก้อนส่งลูกๆเรียนมหาวิทยาลัย แล้วก็ซื้อที่ดินแปลงเล็กๆ เป็นคลัสเตอร์ในหมู่บ้าน ปลูกบ้านเอง หลังเล็กๆ กลับมายึดอาชีพขายปาท่องโก๋เหมือนแต่ก่อน ขายหน้าบ้านก็มีคนซื้อ รสมือไม่เคยเปลี่ยน ขายที่ไหนก็ขายดี ลูกชายคนโตเรียนจบมหาวิทยาลัย ทำงานมีรายได้จุนเจือครอบครัว แม้ลูกสาวจะเสียคน ลูกชายยังคงเป็นลูกกตัญญู ช่วยเหลือครอบครัว เลี้ยงแม่และพ่อที่พิการ เขาเห็นแม่เช็ดตัวให้พ่อแล้วร้องไห้เป็นประจำ เขามักเข้าไปปลอบ "แม่ครับ แม่อย่าร้องไห้เลย ตอนนี้ครอบครัวเราก็มีความสุขนะ" ในใจของสองผัวเมียยังมีความสุขอยู่บ้างก็ตรงที่ได้เห็นลูกชายเติบโตมาเป็นคนดี ทั้งที่นอกนั้นมันชวนให้รู้สึกหดหู่เสียเหลือเกิน ทั้งลูกสาวที่เสียคนไป กิจการร้านค้าก็ไม่มีแล้ว หอมจันทน์มองออกไปหน้าบ้าน มีกระทะใบใหญ่ตั้งอยู่ นั่นช่วยให้รู้สึกดีขึ้นบ้าง ไม่มากก็น้อย บ้านหลังนั้นสีขาว หน้าบ้านมีโต๊ะ เตา และกะทะใบใหญ่ ผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ แต่ตอนนี้บ้านนั้นก็ยังเป็นเหมือนเดิม ดูเก่าขึ้นหน่อย ถูกต่อเติมเต็มพื้นที่ขึ้น แม่เฒ่าชรายังคงขายปาท่องโก๋สูตรอร่อย ลูกค้าเยอะทุกวัน พร หลานสาว เดินกลับมาจากหน้าหมู่บ้าน เธอไปรับเพื่อนมาติวหนังสือกันที่บ้าน "ย่าคะ นี่ธง เพื่อนหนูค่ะ" "สวัสดีครับคุณย่า" ธงยกมือไหว้ "เอ้อๆ สวัสดีนะ ยินดีที่ได้รู้จักจ้ะ" "ครับคุณย่า เรารู้จักกันทุกวันเลยเนอะ" รอยยิ้มของคุณย่าของพร ดูอ่อนโยนและใจดีมากๆ ท่านดูสนุกกับการขายปาท่องโก๋ จริงๆแล้วธงมาที่นี่บ่อยมาก แต่คุณย่าท่านจำไม่ได้ สองคนเข้ามาในห้องรับแขก เริ่มหยิบหนังสือหนังหาขึ้นมากางเต็มโต๊ะ เริ่มอ่าน คิด ทำ วุ่นวายอยู่กับหนังสือไปเรื่อยเปื่อย จนเริ่มล้า พรลุกไปหยิบของว่างกับน้ำมาทานกัน "คุณย่าท่านก็ดูมีความสุขดีนะ แต่ทำไมบางครั้งผมเห็นท่านแอบร้องไห้" "คุณย่าท่านจำไม่ได้ บางครั้งตื่นมาก็เดินหาคุณปู่ ร้องไห้ ถามว่าปู่ไปไหน แทบทุกวันเลย" "อ้าวเหรอ" คุณย่าตะโกนเรียกให้พรไปช่วยเก็บร้าน เธอรีบวิ่งออกไปช่วยยกข้าวของกลับเข้าบ้าน เสร็จแล้วพรก็กลับมานั่งที่โต๊ะหนังสือต่อ ธงสังเกตเห็นว่าคุณย่าเดินไปเดินมาทั่วบ้าน สองคนมองดูคุณย่า จนท่านเดินมานั่งลงบนตั่งไม้สัก แล้วท่านก็เริ่มร้องไห้ พรลุกขึ้นไปปลอบท่าน "ย่าจ๋า หนูอยู่นี่ ย่าอย่าเศร้าไปเลยนะจ๊ะ" "ฮือๆ พี่แคล้วหายไปไหนแล้ว ทิ้งให้ฉันอยู่คนเดียว" "ปู่ไปจ่ายตลาด เดี๋ยวก็มาจ้ะย่า" "เหรอ เดี๋ยวก็มาใช่มั้ย" "จ้ะ ย่าก็จำไม่ได้สักที ปู่กลับมาตอนเที่ยงๆทุกวันแหละจ้า" "งั้นย่านอนก่อนนะ ปู่มาแล้วเรียกย่าด้วยนะ" "จ้ะย่า" พรช่วยจับตัวคุณย่าเอนตัวลงนอน แล้วเดินกลับมาที่โต๊ะ "ผมไม่เห็นเคยเจอคุณปู่พรเลยอะ" "ปู่ท่านเสียไปเป็นสิบปีแล้วล่ะ แต่ย่าท่านจำไม่ได้" "อ้าวเหรอ พรก็โกหกท่านสิเนี่ย" "ก็ไม่อยากให้ย่าเสียใจอะ ลองคิดดูสิ คนคนนึง อยู่กับคนรักมาทั้งชีวิต ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมามากขนาดไหน วันนึงก็ไม่มีเขาอยู่อีกแล้ว ย่าตื่นมาไม่เห็นปู่ทุกวัน โดยที่จำไม่ได้ว่าปู่เสียไปนานแล้ว ท่านไม่มีเวลาให้ทำใจ เพราะเหมือนว่าท่านได้เสียคนรักไปทุกเช้า เราพอจะช่วยให้ท่านสบายใจได้เราก็จะทำแหละ" "อืม นั่นสินะ" ในคืนวันนั้น ที่โรงพยาบาล หอมจันทน์ร้องไห้ฟุบลงบนร่างของสามีที่นอนอยู่บนเตียงพยาบาล เขาเอามือมาลูบหัวเธอ "อย่าร้องไห้เลยนะที่รัก ดีเท่าไหร่แล้วที่พี่ไม่ตาย" "พี่! อย่าพูดเรื่องตายสิ ฉันใจไม่ดีเลย" "จ้ะๆ ไม่ตายหรอก พี่จะอยู่กับหอมไปจนแก่จนเฒ่านั่นแหละ" "อย่าทิ้งกันนะพี่ อย่าคิดมากด้วย ฉันจะอยู่คอยดูแลพี่ รักพี่ไปตลอด" "ขอบคุณนะหอม สำหรับทุกอย่าง ขอบคุณที่เรารักกัน เลิกร้องไห้เถอะนะ"



เมื่อ : 10 ธ.ค. 53 18:26:44
โดย : soonsoy