เรื่องย่อละคร แรงเงา ตอนที่ 5/2

 
เรื่องย่อละคร แรงเงา ตอนที่ 5/2

แรงเงา ตอนที่ 5/2

มุตตานอนอยู่บนเตียงหน้าซีดขาวรอยฟกช้ำเห็นเพียงจางๆ มุตตาลุกขึ้นจากเตียงเดินมาที่โต๊ะอาหาร มีกล่องโฟมวางอยู่ หน้ากล่องมีกระดาษโพสท์อิทแปะอยู่ ข้อความว่า 'ซื้อข้าวมาให้ ตื่นแล้วกินซะนะ พร'

       
       มุตตายิ้มน้ำตาคลอ แล้วเปิดกล่องลงมือกินข้าว กินไปเพียงคำเดียวก็ขยักขย้อนลุกพรวดวิ่งไปยังห้องน้ำ โดยไม่เห็นว่าที่ผนังกระจกที่ปิดม่านไว้มีเงาคนสูงใหญ่ยืนอยู่
       มุตตาเงยหน้าจากอ่างล้างหน้า หน้าซีด น้ำตาคลอ มุตตาดูเงาตัวเองแล้วใจหายรีบล้างหน้า เอามือลูบผมให้เข้ารูปทรง
       มุตตาสดใสขึ้นเมื่อเดินออกมาจากห้องน้ำ แล้วเปิดประตูกระจกที่ระเบียงออกไปตากผ้า เงาหนึ่งวูบมา มุตตาหันขวับไปอย่างตกใจ เป็นแค่เสื้อสูทที่แขวนไว้ มุตตาถอนใจเดินเข้าห้อง ปิดล็อคประตูอย่างแน่นหนา แล้วปิดไฟเพดานเหลือเพียงโคมหัวเตียงให้แสงสลัวราง
       มุตตานั่งลงบนเตียงแล้วกราบลงกับหมอน น้ำตาหยดซึมบนปลอกหมอนเป็นดวง แล้วล้มตัวลงนอนหลับตาลง
       ประตูตู้เสื้อผ้าแง้มออก มือปืนในชุดดำก้าวมาตรงไปที่เตียง มุตตายังคงหลับหายใจแผ่วเบา มือปืนนั่งลงบนเตียงพิศดูมุตตาแล้วเอื้อมมือไปลูบไล้แก้ม มุตตายังอยู่ในภวังค์ พึมพำแผ่วเบา
       “ผ.อ.” มุตตาลืมตาขึ้น แล้วกลายเป็นเบิกตากว้าง มือปืนชะโงกหน้ามองอย่างพึงใจ มุตตาจำได้ “แก”
       มือปืนเอามือตะครุบปากมุตตาไว้ มุตตาดิ้นรน มือปืนขยับขึ้นคร่อมใช้น้ำหนักกดตรึงไว้ มุตตาใช้สองมือหยิกข่วนทุบ มือปืนคลายมือออกจากปาก
       “ช่วยด้วย ช่วยด้วย”
       คนร้ายดึงมีดมา คมมีดเป็นประกายวับ จ่อเข้าที่คอมุตตา
       “ร้องเข้าไปซี ร้องให้ดังๆ”
       มุตตาเงียบ ดวงตาหวาดกลัวสุดขีด มือปืนเลื่อนมีดออก
       “อย่าทำอะไรฉันเลย ได้โปรด”
       มือปืนเอานิ้วมือแตะปากมุตตา ทำเสียงชู่ว์ พลางส่ายหน้า มุตตาตัวแข็ง มือปืนเอาปลายมีดลากวนบนแก้ม มุตตากลัวตัวสั่น มือปืนเลื่อนมีดมาที่คอ แล้วลดลงไปที่อก มีดสอดเข้าที่กระดุมเสื้อนอน มุตตาตัวแข็งมันสะบัดมีดขึ้น กระดุมกระเด็นหลุด อกเสื้อนอนแบะออก มุตตารู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
       มือปืนมองดวงตาเย็นชากลายเป็นหื่นกระหาย มันจูบซอกคอ เลื่อนมาถึงหน้าอก มุตตาเลื่อนมือไปคว้าโทรศัพท์ประจำห้องมาฟาดเข้าสุดแรง โทรศัพท์กระแทกด้านข้างศีรษะ มือปืนมันล้มตะแคงไป
       “โอ๊ย”
       มุตตากระโจนลุกหนีวิ่งไป มือปืนตามติด กระชากมุตตาหันมาแล้วตบอย่างแรง มุตตาผวา มันตบซ้ำด้วยหลังมือ มุตตากระเด็นไปกระแทกโต๊ะเครื่องแป้งขวดเครื่องสำอางตกกราว มุตตาตะกายหนี มือปืนตามติดต่อยท้อง มุตตาตัวงอทรุดลงมือเหนี่ยวโต๊ะรีดผ้าล้ม เตารีดตกโครมดังสนั่น มือปืนกดมุตตาให้นอนหงาย นั่งทับบนตัวอีก
       “อย่า”
       “อย่ามาทำเป็นไม่เคย”
       “อย่า”
       “ไม่ชอบบนเตียงก็ไม่บอก”
       มือปืนถอดเสื้อออกเห็นแผงอกกล้ามเป็นมัด มันก้มหน้าลง มุตตาหลับตาเบือนหน้าหนี มันจูบซอกคอแล้วเลื่อนลง มุตตาน้ำตาไหลพรากมือเลื่อนเปะปะไป ทันใดมีเสียงทุบประตู
       “หนูตา หนูตา”
       มือปืนชะงักมองดูที่ประตู มือมุตตาคว้าเตารีดขึ้นฟาดใส่โหนกแก้มและขมับมือปืนร้องสุดเสียง แผลเปิดเหวอะออกเลือดพรั่งพรูออกมา มันกุมแผลเด้งตัวขึ้น
       “โอ๊ย”
       “ช่วยด้วย ช่วยด้วย”
       มีเสียงยาม เสียงฤดี เสียงศรีที่ประตูเพิ่มมาอีก
       “ไขเข้าไปเลยนังศรี”
       มุตตายันร่างขึ้น มือปืนขยับถอยไปในความมืด ประตูเปิดออก ศรี ฤดี พร รปภ.วัยกลางคนพรวดเข้ามา ฤดีกดสวิชต์ไฟสว่าง มุตตาเอามือรวบชุดที่ขาดวิ่นปิด น้ำตาไหลพราก พรถลามาคุกเข่ากอดมุตตาไว้
       “หนูตา”
       “ช่วยด้วย ช่วยด้วย”
       รปภ.กับศรีจดๆ จ้องๆ ไปยังระเบียง เลื่อนประตูเปิดกว้าง ระเบียงนั้นว่างเปล่าไม่มีร่องรอยใครเลย
       
       ศรีเก็บกวาดของที่แตกลงถังขยะ มุตตาสวมเสื้อคลุมอาบน้ำนั่งหน้าเผือดบนเตียงพรนั่งกุมมือ ฤดีเดินสำรวจรอบห้องพลางบ่นบ้า
       “เปิดมาเป็นปี ไม่เคยมีเรื่องอะไรแบบนี้ แม่มุตตานะ แม่มุตตา”
       “อ้าวป้าพูดดีๆ ซิ หอป้าน่ะแหละรับประกันว่าปลอดภัย แล้วทำไมถึงเกิดเรื่องขึ้นได้” รปภ.โผล่เข้ามา
       “ไม่มีวี่แววอะไรเลยครับ คุณนาย”
       “อุ๊ยไม่ได้เรื่องเลย ออกไปดูอีกรอบนึง”
       รปภ.ออกไป
       “แต่ก่อนมียามตั้ง 5 เดี๋ยวนี้เหลือ 2 คน จะไปพออะไรล่ะป้า”
       “ค่ะ สปอตไลท์เคยเปิดก็ไม่เปิดค่ะ ปิดมาเจ็ดเดือนแล้ว”
       “ฉันจะจ้างยาม 20 คน ติดสปอตไลท์อีก 10 ดวง แต่เพิ่มค่าเช่า 2 เท่าเอาไหมล่ะยะ”
       “แหม ป้า”
       ฤดีมานั่งลงที่เตียงพิศดูมุตตา
       “จำหน้ามันได้ไหมหนู ไอ้พวกวินมอเตอร์ไซค์หรือเปล่า”
       “ไม่ใช่ค่ะ แต่คือคนที่กระชากกระเป๋าหนู”
       “ว้าย”
       “อีนังนั่นใช่ไหม อีนังนั่นส่งมา”
       มุตตาพยักหน้า พรถอนใจเฮือก ฤดีพอเดาได้ลุกขึ้น
       “ไอ้ความสวยนี่มันก่อเหตุเภทภัยจริงๆ นังศรี”
       “ขา”
       “แกหน้างอกออกผีแบบนี้น่ะดีแล้ว อย่าไปรักษงรักษามันเลย”
       “จะบ้าเหรอป้า เชิญป้าไม่สวยไปคนเดียวเถอะ”
       
       มุตตาเอนตัวพิงฝาผนัง หมดเรี่ยวแรงที่จะสู้ต่อ

 เจนภพยืนจิบเบียร์อยู่กับสรรค์ที่ศาลากลางสวน

       
       “ไงวะ เมียเอ็งไปเปิดออฟฟิศที่กระทรวงเลยหรือ” สรรค์แซว
       “เมื่อวานท่านอธิบดีเพิ่งเรียกข้าไปด่า บอกให้จัดการเคลียร์ให้จบ”
       “แล้วตอนนี้ มุตตาเป็นยังไงบ้าง”
       “ข้าติดต่อไม่ได้เลย โธ่ จะติดต่อได้ยังไง แค่กระดิกตัวยังทำไม่ได้ที่เขาเชิญเอ็งมากินข้าวนี่ ก็ถือว่ากรุณาแล้วนะโว๊ย”
       “ที่จริง เอ็งก็เลิกไปเลยดีกว่า ดีกับเด็กด้วย ทั้งสาวทั้งสวยขนาดนั้นเดี๋ยวก็มีแฟนใหม่”
       เจนภพอึ้งไปนิดหนึ่งแล้วส่ายหน้า
       “ไม่มีทาง ตารักข้า ข้าก็แคร์ตามากกว่าใครต่อใครที่ผ่านมา”
       “แล้วเอ็งจะให้มันคาราคาซังอยู่อย่างนี้เหรอ เมียเอ็งก็รู้ๆ อยู่ ไม่มีวันยอมเรื่องบ้านเล็กบ้านน้อยหรอก”
       “แล้วถ้าข้าเกิดไม่ยอมขึ้นมาบ้างล่ะ”
       เจนภพเสียงเข้มขึ้น
       “ก็พังกันทุกฝ่ายน่ะซี เอ็งน่ะกล้าเสี่ยงหรือ”
       “ก็ไม่แน่ แต่คราวนี้นภาทำเกินไปจริงๆ ไม่ไว้หน้าข้าซักนิด แล้วทำกับตาเหมือนตาไม่ใช่คน”
       “มันก็พอกันทั้งนั้นแหละ แต่คนต้นเรื่องน่ะคือเอ็ง”
       “แล้วเอ็งน่ะดีนักหรือ”
       “ไอ้ภพ หนูแอ๋ว 2 ของข้ามันไม่เหมือนกันโว๊ย ข้าก็แค่เล่นๆ เด็กก็ต้องการแค่เงิน แต่เอ็งน่ะอยากจะมีหลายบ้านให้ปวดกบาลเล่น”
       เจนภพอึ้ง แอ๋วกับนพนภาเดินมาสมทบ ถือแก้วพั้นช์มาด้วย แต้วกับยายแหวงเอาอาหารมาวางบนโต๊ะกลาง นพนภาเชิญทุกคนนั่งลง เลื่อนอาหารให้คนนั้นคนนี้
       “ไงคะ วางแผนอะไรกันอยู่”
       “โธ่ ไม่มีครับ”
       “จริงๆ นะคะ คุณแอ๋ว ผัวคุณน่ะตัวดี ช่วยวางแผน ช่วยซิกแซก ช่วยโกหกกันดีนัก”
       “ค่ะ ของคุณน่ะจับได้ไล่ทันไปแล้ว แต่ของฉันนี่จับไม่มั่นคั้นไม่ตาย ไม่รู้ว่านังสุดที่รักของไอ้จอมกะล่อนนี่มันเป็นใคร”
       “ก็ชื่อแอ๋วไงครับ”
       สรรค์สะดุ้งเฮือก เจนภพหัวเราะ สรรค์หัวเราะกลบเกลื่อนตาม แอ๋วค้อนผัว นพนภามองเจนภพอย่างหมั่นไส้
       
       ทิพอาภาแต่งตัวสวยมีเสื้อตัวนอกแบะอก โชว์เสื้อกล้ามตัวเล็กข้างใน ถือแฟ้มเดินตรงไปห้องเจนภพ ผ่านโต๊ะนพนภา นพนภามองดู
       “นั่นจะไปไหน”
       “เสนอแฟ้มให้ ผ.อ.เซ็นค่ะ”
       “กระดุมน่ะกลัดให้มันเรียบร้อยไม่ได้หรือยะ หรือว่าจะเสนอนมมะลิด้วย”
       แจงจิต อรพิม และเพื่อนร่วมงานอีกสองคนมองเป็นตาเดียว
       “มัน มันไม่มีค่ะ”
       “ไม่มีอะไร ไม่มีกระดุมหรือไม่มีนม”
       “ไม่มีทั้งสองอย่างค่ะ”
       แจงจิตลุกมาดึงแฟ้มจากมือทิพอาภา ทิพอาภาน้ำตาร่วง
       “เดี๋ยวฉันเอาเข้าไปเอง หวังว่าชุดดิฉันคงจะเรียบร้อยพอนะคะ”
       นพนภามองแจงจิตจากหัวจรดเท้า เห็นชุดแจงจิตมีผ่าข้าง
       “ชุดไม่ผ่าน” แจงจิตชะงัก “แต่หน้าผ่าน” แจงจิตยืนอึ้ง ทิพอาภาเช็ดน้ำตาป้อยๆ นพนภาลุกขึ้น “ต๊าย ฉันพูดเล่นนิดหน่อยทำเป็นน้ำหูน้ำตา ไป”
       ทิพอาภากลับไปนั่งที่ อรพิมส่งทิชชู่ให้ ทิพอาภารับมาสั่งน้ำมูก แจงจิตถอนใจ นพนภาเดินกรีดกราย
       “นี่อึดอัดขัดใจกันนักใช่ไหมที่ฉันมาอยู่ที่นี่ ก็ได้ ตั้งแต่พรุ่งนี้ฉันจะเลิกมา แต่ถ้าวันไหนนังนั่นมันเสนอหน้าอ้ากลีบดอกกลับมา ก็บอกมันด้วยว่าที่มันเจอน่ะแค่น้ำจิ้ม แต่ต่อไปจะเจอจัดเต็ม”
       ทุกคนในห้องโล่งอก แต่ก็หวาดหวั่นแทนมุตตา
       
       มุตตายังคงมีแผลฟกช้ำมากมาย นั่งอยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้งกลัดกลุ้มวุ่นวายใจ มุตตาหยิบโทรศัพท์มาดู
       มีสายมิสคอลเป็นสิบครั้ง คนโทรคือวีกิจ มุตตาวางโทรศัพท์ลงขมขื่นใจ ทันใดก็มีสายโทรเข้าอีกคนโทรมาคือวีกิจ มุตตานิ่งอั้นแล้วตัดสินใจรับ
       “ฮัลโหล”
       “คุณตา เป็นยังไงบ้างครับ”
       มุตตาน้ำตาคลอ วีกิจขับรถอยู่
       “ตาไม่เป็นไรค่ะ คุณกิจ” วีกิจถอนใจ
       “ไม่เป็นไร แต่ทำไมเสียงคุณตาแย่มากเลยล่ะครับ”
       “คุณกิจ”
       “พี่แจง คุณอร คุณทิพ พยายามติดต่อคุณ แต่ทำไมคุณไม่รับสายล่ะฮะ” มุตตาขมขื่น
       “ตารู้ว่าทุกคนหวังดี ทุกคนเตือนตาแล้ว แต่ตาเองที่ไม่ดี ตาไม่มีหน้าไปพูดกับเขาหรอกค่ะ”
       “แต่ยังดีที่คุณตายังยอมพูดกับผม” มุตตากลั้นสะอื้น “งั้นเดี๋ยวผมจะแวะไปหาคุณนะครับ”
       “อย่านะคะ”
       “ไม่ว่ายังไงผมก็จะแวะไป”
       มุตตายกมือลูบคลำใบหน้าตัวเอง
       “ก็ได้ค่ะ”
       
       รถวีกิจแล่นมาจอดในลานจอดรถของหอพัก พรวิ่งมารับ วีกิจลงมาจากรถ
       “ดีจังเลยค่ะที่คุณมา”
       “ฮะ ตาอยู่ไหนหรือครับ”
       “ทางนี้ค่ะ”
       
       พรเดินนำวีกิจไป

 

 ที่ร้านอาหารชั้นล่างด้านหนึ่งของหอพักเป็นร้านไม่ใหญ่นัก ตกแต่งงดงาม ติดแอร์เย็นฉ่ำ ราคาอาหารค่อนข้างแพง ทำให้ไม่มีลูกค้าของหอพักเอง มีเพียงคนนอกกับแขกของคนในหอพักเป็นส่วนใหญ่ ตอนนี้ร้านค่อนข้างว่าง พรเดินนำวีกิจเข้ามาในมุมลับตา 

       
       มุตตานั่งอยู่ใส่แว่นตาปิดบังรอยฟกช้ำ คอก็มีผ้าพันคอ แต่โหนกแก้ม มือ ก็ยังมีรอยช้ำเขียวอมม่วงอยู่
       “มาแล้วตา” วีกิจมองมุตตาแล้วอึ้ง มุตตาอับอาย “นั่งก่อนเถอะค่ะ” วีกิจนั่งลง “คุยกันสองคนก็แล้วกัน”
       พรเดินไป วีกิจมองมุตตาอย่างห่วงใยหวังดี
       “คุณตา เกิดอะไรขึ้นฮะ”
       “ตาก้าวพลาดไงคะ ตาก้าวพลาด แล้วก็ล้มก็เลยมีแผลแบบนี้”
       มุตตาขมขื่น วีกิจขบกราม นึกรู้ว่าฝีมือนพนภา
       “อานภาหรือฮะ” มุตตานิ่ง วีกิจถอนใจ “ตอนนี้อานภาเลิกมาเฝ้าอาภพที่กองแล้วนะฮะ แต่ก็ยังส่งคนรถตามประกบอยู่”
       “ค่ะ”
       “แต่คุณตาอย่ากลัวเลยฮะ กลับไปทำงานได้แล้ว”
       “ด้วยสภาพแบบนี้น่ะหรือคะ”
       “อีกสองสามวันก็น่าจะหายดีแล้วล่ะฮะ”
       “ความอับอายของตา มันไม่มีวันจางหายหรอกค่ะ”
       “เราหนีมันไปตลอดไม่ได้หรอกฮะ แล้วก็ไม่มีวันหนีมันพ้นด้วย มีอยู่ทางเดียวคือต้องเผชิญหน้ากับมัน”
       “ตา”
       “รอไว้อีกซักนิดก็อาจจะดีขึ้นกว่านี้”
       “ตาอยากติดต่อ ผ.อ.ค่ะ ตามีเรื่องจะบอกกับเขา”
       “อานภาเก็บมือถืออาภพไว้ ยอมให้ติดต่อแค่เรื่องงาน แต่ก็ต้องฟังด้วยตลอดแต่ตอนนี้คุณตาก็โทรเข้ากองได้แล้วมั้งฮะ”
       “ค่ะ ตารู้ค่ะ แต่ตาอยากส่งข่าวถึง ผ.อ.คืนนี้เลย
       “เอายังงี้ซีฮะ”
       
       เจนภพเดินหน้าขรึมขึ้นมาบนเทอเรซบ้านวีกิจ นายชมเดินตาม วีกิจอยู่ที่โซฟาหวายลุกขึ้นต้อนรับ
       “นั่งซีฮะ อาภพ”
       “นึกยังไงถึงมาชวนฉันกินเบียร์ ค่ำๆ แบบนี้”
       เจนภพและวีกิจนั่งลง นายชมยืนระวังตรง เจนภพหันไปมองอย่างหมั่นไส้
       “ไม่มีอะไรครับ แค่เห็นอาภพเครียดๆ”
       บัวใส่เสื้อคอกว้างเดินถือจานกับแกล้มมาวาง วีกิจสบตาบัว
       “ขอบใจบัว”
       “พี่ชม ดีจังเลยอยู่นี่พอดี ขอแรงเลื่อนตู้ในครัวหน่อยเถอะจ้ะ”
       นายชมลังเล บัวมองอ้อนวอน
       “นี่ฉันคงไม่ปีนรั้วหนีไปตอนนี้หรอก ไอ้ชม”
       นายชมถอนใจเดินตามบัวไป
       “ตาฝากผมส่งข่าวให้อาภพฮะ”
       เจนภพอึ้งไปนิด
       “แปลก ที่เขาติดต่อผ่านแก เพื่อนเขาก็มีตั้งหลายคน”
       “คงเห็นว่าผมเป็นคนเดียวที่ไม่กลัวบารมีอานภามังครับ อีกอย่างผมก็อยู่ใกล้อาภพแค่นี้”
       “อือม์”
       “อาภพฮะ สงสารตาให้มากๆ หน่อยนะฮะ”
       “ทำไม”
       “ตาไม่ใช่คนเข้มแข็ง ตาเปราะบางเกินไปด้วยซ้ำ แล้วสิ่งที่ตาต้องเจอมันรุนแรงเกินไป เด็กผู้หญิงตัวคนเดียวในเมืองใหญ่ถ้าต้องสูญเสียทุกอย่างผมกลัวว่าตาจะทนไม่ได้”
       “ฉันจะจัดการให้ดีที่สุดก็แล้วกัน”
       “ยังไงฮะ โดยให้ตาเป็นเมียน้อยคอยบำเรอความสุขอาภพตลอดไปหรือฮะ”
       เจนภพยิ้มยั่วนิดๆ
       “แล้วจะทำไมล่ะ หรือว่าแกเสียดายที่จะไม่ได้รับเดน”
       “ผู้หญิงบางคนมีค่าเกินกว่าจะเป็นของเหลือเดนฮะ อีกอย่างเขาว่า ศาลา นารี วิถี คงคา เป็นของกลาง ไม่มีใครเป็นเจ้าของได้ตลอดไป ไม่ใช่หรือฮะ”
       “ฮึ เพิ่งรู้ว่าแกมีความคิดแบบนี้”
       “ผมเรียนรู้มาจากอาภพมังครับ”
       “ไหน ตามีข่าวอะไรมาบอกฉัน”
       วีกิจเปิดเมนูเล่นการบันทึกเสียงในมือถือส่งให้เจนภพ เจนภพรับมาฟัง
       “ผ.อ.คะ ตามีเรื่องมากมายต้องบอก ผ.อ. เราต้องเจอกัน ตารู้ว่าเขาส่งคนคุม ผ.อ.ไม่ให้คลาดสายตา พรุ่งนี้ตาจะไปรอ ผ.อ.ที่กองตั้งแต่เช้า ตาจะระวังไม่ให้ใครเห็นเจอกัน 6 โมงครึ่งนะคะ”
       เจนภพนิ่งฟังยิ้มเศร้านิดๆ นายชมมายืนใหม่
       “ง่า...คุณผู้หญิงห้ามคุณผู้ชายใช้โทรศัพท์ครับ”
       “ฉันแค่ให้อาภพฟังเพลงแค่นั้นเองน่ะ”
       เจนภพถอนใจยาว
       
       คืนนั้นมุตตาสวมชุดแต่งงาน เปิดเวลคลุมหน้าเห็นดวงหน้าซีดมีรอยช้ำจางๆ แต่ดวงตากลับมีความหวังใหม่ ยืนอยู่หน้ากระจกเงา มือหนึ่งถือช่อดอกลิลลี่ อีกมือแตะท้องไว้อย่างทนุถนอม มุตตาเหนื่อยอ่อนทั้งกายใจเธอนั่งลงบนเตียง เอนตัวลงนอนบนเตียง ยกช่อดอกไม้มาพิศดูแล้วหลับตาลงพักสายตา แต่เพียงครู่เดียวก็ผลอยหลับไป
       
       ร่างมุตตาดูขาวเผือด ชุดวิวาห์สว่างโพลน ร่างนั้นนิ่งสนิทดูราวร่างไร้วิญญาณในพิธีศพที่ให้ทุกคนมากล่าวลาเป็นครั้งสุดท้าย

 เช้ามืดวันรุ่งขึ้น แต้วกำลังปัดฝุ่นทำความสะอาดตามไซด์บอร์ด เจนภพแต่งตัวเรียบร้อยถือกระเป๋าเอกสารและแฟ้มลงมา แต้วทำตาโต

       
       “ว้าย คุณผู้ชายทำไมมาเช้านักล่ะคะ ยายแหวงยังอยู่ในส้วมเลยค่ะ”
       “ขอกาแฟกับแครกเกอร์ก็พอ”
       แต้วรับคำเดินไปที่แพนทรี่ เจนภพนั่งลงที่โต๊ะอาหาร ดูนาฬิกาที่บอกเวลา 5.45 น. แล้วพลิกดูหนังสือพิมพ์เช้า แต้วเอากาแฟกับแครกเกอร์มาให้ เจนภพจิบกาแฟ
       “นี่จะรีบออกไปไหนแต่เช้ามืด จะไปล้างหน้าไก่หรือ”
       เจนภพเกือบสำลัก หันไปเจอนพนภาในชุดอยู่กับบ้านหรูหรา ยืนอยู่กับต่อที่จะออกไปจ๊อกกิ้ง
       “มีธุระ”
       “ธุระอะไร หรือว่านัดนังนั่นไว้”
       “บ้าน่ะ วันนี้มีประชุมผมต้องดีเฟนซ์เรื่องงบของกอง แต่ว่างานเอกสารยังไม่เสร็จซักอย่าง”
       “ก็น่าอยู่หรอก ขาดพนักงานเอกสารคนสำคัญไปนี่”
       “ถ้าไม่เชื่อ อยากตามไปเฝ้าให้คนลืออีกก็ไปซี เผื่อจะได้ช่วยทำแฟ้มบ้าง”
       เจนภพทำรำคาญ ตีบทแตก นพนภาเชื่อ
       “เรื่องอะไร เสียเวลาทำมาหากินฉัน แต่อย่าลืมว่าฉันให้ไอ้ชมตามไปเฝ้าด้วย แล้วลูกน้องคุณทั้งกองน่ะ ฉันวางสายไว้หมดแล้ว”
       “ก็ดี มันจะได้มีรายได้พิเศษ ไม่ต้องไปขายแอมเวย์ ไปไอ้ชม”
       นายชมโผล่มา เจนภพลุกขึ้นคว้ากระเป๋าเอกสารเดินไป ต้องเดินลงมา
       “อ้าว ทำไมตื่นแต่เช้าได้ยะ”
       “จะไปเฝ้าครูพละคนใหม่ค่ะ ทั้งหล่อทั้งล่ำ ซิกซ์แพ็คเน้นๆ”
       “ดูแต่ตา มืออย่าต้องนะยะ เดี๋ยวท้องจะเสีย”
       นพนภารู้ว่าต้องแกล้งยั่ว
       “รีบร้อนไปแต่เช้ามืด ต่อว่าผิดปกตินะฮะ” ต่อบอก
       “อุ๊ยตาย ผู้ช่วยเมียหลวงตัวจริง”
       “ก็ใช่น่ะซิ ก็เธอเข้าข้างเมียน้อยอยู่แล้วนี่”
       นพนภาเริ่มระแวงขึ้นมาใหม่
       
       นายชมขับรถมาส่งเจนภพที่กระทรวง และอยู่เฝ้าตามเจนภพตามคำสั่งนพนภา เจนภพเปิดคอมพิวเตอร์ นายชมเปิดม่านให้แล้วไปยืนกุมเป้า เจนภพมองอย่างรำคาญ
       “ยังมึนอยู่เลย ไปซื้อกาแฟให้ฉันหน่อย”
       “แต่คุณผู้หญิง”
       
       เจนภพโบกแบงค์ใบละพัน นายชมชะงัก
       “กาแฟดำนะ น้ำตาลซองเดียวพอ เงินทอนแกเก็บไว้”
       นายชมดึงธนบัตรวูบเดินออกไป ปิดประตูลง เจนภพนั่งลงดูนาฬิกาบอกเวลา 6.25 น. ประตูห้องเปิดออกช้าๆ เจนภพมองอย่างยินดี เท้าในไฮฮีลยี่ห้อดังเข้ามา นพนภายืนเด่น เจนภพใจหายวาบ
       “นภา” เจนภพลุกขึ้น “คุณมาทำไมนี่”
       “ก็คุณรีบร้อนจนลืมแฟ้มน่ะซีคะ”
       นพนภาส่งแฟ้มให้ เจนภพอึ้งอยากเขกหัวตัวเอง
       “เอ้อ ขอบใจจ้ะ ผมนี่แย่จัง”
       “ไหนบอกนัดทำงานเช้า ทำไมไม่มีใครซักคน”
       “ผมนัดไว้หกโมงสี่สิบห้า แต่วันนี้รถไม่ติดเลยก็ต้องมารอ”
       “ไอ้เจ้าชมล่ะ”
       “ไปเข้าส้วมมั้ง นี่คุณต้องไปส่งลูกอีกไม่ใช่หรือ ขืนรอช้ารถติดแย่นะคุณ”
       เจนภพเดินมาใกล้แทบรุนตัวนพนภาออกไป
       “จะเป็นไรไป ฉันกลับไปไม่ทันก็ให้ไปแท็กซี่กันเอง โตจนป่านนี้แล้ว”
       เจนภพดูนาฬิกา 6.27 น. นพนภากอดอกมองออกไปนอกประตูที่เปิดกว้างเห็นโต๊ะมุตตา
       “นังนั่นไม่มาทำงานกี่วันแล้ว”
       “เกือบ 2 อาทิตย์”
       “แล้วต้องขาดงานนานเท่าไร เขาถึงจะไล่มันออก”
       “โธ่ เขาไม่มาแล้วล่ะนภา”
       นพนภามองเจนภพ ยิ้มเครียดๆ
       “บางทีฉันก็อยากให้มันกลับมา กลับมาพูดจากันตรงนี้ พูดกันต่อหน้าคุณ”
       “จะต้องมาพูดอะไรกันอีก เรื่องมันจบไปแล้วนภา”
       เจนภพมีอาการออดอ้อน ซ้อนความกังวลวุ่นวายใจ เดินไปงับประตูปิดลง แต่แง้มไว้เผื่อมุตตามาจะได้รู้ตัวก่อน
       “จบแล้วจริงหรือ”
       “จบแล้วซี”
       ทางด้านนอกแสงยามเช้าทอดมาทำให้ดูเวิ้งว้าง มุตตาก้าวมาช้าๆ เสียงเจนภพลอดมา
       “แน่ใจ”
       “ผมแน่ใจ ต่อให้เด็กนั่นกลับมา ผมก็ไม่ขอเกี่ยวข้องอะไรอีกทั้งนั้น”
       
       เจนภพพูดหนักแน่น นพนภายิ้ม ใจอยากจะเชื่อ มุตตายืนนิ่งอึ้งอย่างตะลึง หน้าซีดราวแผ่นกระดาษ



ประวัติดารา ที่เกี่ยวข้องกับ




Tag : แรงเงา เรื่องย่อละคร แรงเงา ละครย้อนหลัง แรงเงา ละคร แรงเงา คลิปละคร แรงเงา
เมื่อ : 16 ต.ค. 55 14:57:21
ที่มา: www.manager.co.th
โดย : ท่านโชกุน