แรงเงา ตอนที่ 10

 
แรงเงา ตอนที่ 10

แรงเงา ตอนที่ 10

มุนินทร์ออกมาจากห้อง กลุ่มพนักงานหญิงสองนางวิ่งเข้ามาดูเสียงนพนภายังกรีดร้อง 

       
       “เกิดอะไรขึ้นคะ” พนักงานถามมุนินทร์
       “ไม่ทราบค่ะ ร้องมาจากห้องนู้น”
       “ว้าย...คุณนพนภา”
       สองสาววิ่งเข้าห้องจากุซซี่
       
       สองสาววิ่งเข้ามานพนภายังกรีดร้อง ทำท่าเหมือนโดนไฟช็อตอย่างแรง
       “ช่วยด้วย ช่วยด้วย ไฟช็อต โอ๊ย ไฟช็อต”
       “ว้าย เครื่องเป่าผม ถอดปลั๊กออกเร็ว”
       พนักงานจะดึงสายปลั๊กจากตัวเครื่องออกแต่แล้วพบว่าสายไม่ได้เสียบปลั๊กแถมปลายสายยังขาดวิ่น
       “ไม่ได้เสียบค่ะ เสียบไม่ได้ด้วยค่ะ”
       “อ้าว”
       พนักงานใช้ผ้าขนหนูหยิบเครื่องเป่าผมขึ้นมา นพนภาทำท่าแน่นิ่งไป
       “ว้าย คุณนภาหมดสติแล้ว”
       พนักงานเข้าดูอาการนพนภา
       “คุณนภาคะ คุณนภา”
       นพนภาลืมตาขึ้น ลูบคลำตัวเอง
       “ฉัน ฉันเป็นอะไรรึเปล่า ไฟดูด โอย เจ็บไปทั้งตัวเลย”
       “ไฟไม่ได้ดูดนี่คะ”
       “ทำไมจะไม่ดูดก็มันช็อตในน้ำ ฉันเจ็บเกือบตาย”
       “มันดูดไม่ได้ค่ะ เพราะปลายสายมันขาด คุณนภาคิดไปเองแล้วค่ะ”
       “อ้าว แล้วเครื่องมันติดได้ยังไง”
       “อ้อ นี่ไงคะ ใช้ถ่านค่ะ”
       “หา ใช้ถ่าน” นพนภาหยิบมาดู หน้าแตก “งั้นมันก็หลอกฉัน” นพนภามองหน้าพนักงาน “โถ นังหน้าด้าน”
       “อุ๊ย หนูหน้าด้านตรงไหนคะ” พนักงานถามอย่างตกใจ
       “ฉันไม่ได้ว่าหล่อน ฉันว่าอีนังมุตตา ประคองฉันขึ้นเร็วฉันจะตามไปเอาเรื่องมัน”
       สองสาวช่วยประคองนพนภาขึ้นจากอ่าง
       
       นพนภาวิ่งออกมาที่ลานจอดรถ สองสาวพนักงานวิ่งตามมาพร้อมครูฝึกชาย
       “มันหายไปไหน”
       “คงกลับไปแล้วล่ะค่ะ”
       “แล้วคุณอนุญาตให้มันเข้ามาเล่นที่นี่ได้ยังไง มันเป็นสมาชิกเหรอ”
       “เปล่าครับ”
       “ก็รู้อยู่ แล้วให้มันเข้ามาเล่นได้ยังไง”
       “เออ เขามีสิทธิ์เล่นนะครับ เพราะเขาถือการ์ดทองของคุณเจนภพมีสิทธิ์พาเพื่อนมาเล่นได้ฟรีห้าครั้ง”
       “อะไร การ์ดผัวฉัน”
       ครูฝึกชายส่งการ์ดทองให้นพนภาดู
       “เออ มีโน้ตฝากให้ด้วยครับ”
       นพนภารับโน้ตมาอ่านที่กระดาษเขียนว่า “อย่าลืมใบหย่านะคะ คุณนายโบท็อกซ์” นพนภาขยำเก็บไว้ในมือด้วยความโกรธจัด
       “โอ๊ย นังเวร จำไว้นะ นังนั่นมันเมียน้อย มันขโมยการ์ดผัวฉันมาเล่น ถ้าคุณยังอนุญาตอีเมียน้อยสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนี้ฉันจะรายงานเจ้านายคุณให้ไล่ออกยกแผงเลย”
       นพนภาสะบัดกลับไปที่ฟิตเนสเพื่อเปลี่ยนชุด พนักงานสองนางกับครูฝึกชายหน้าเจื่อน
       “ใครจะไปรู้ล่ะครับว่าเป็นเมียน้อย สวยยังกะนางเอก เฮ้อ”
       
       นพนภาเปลี่ยนเป็นชุดยิมวิ่งกลับมาที่รถ จังหวะเดียวกับที่วีกิจแล่นมาจอดพอดี วีกิจอยู่ในชุดวอร์มพร้อมออกกำลัง
       “อานภาครับ”
       “นายกิจ”
       “มีอะไรครับ ทำไมดูรีบจัง”
       “รีบซี นังมุตตามันเพิ่งจะขู่ฆ่าอาเมื่อกี้นี่เอง”
       “หา อะไรนะครับ”
       “นี่ ดูซะ”
       นพนภาส่งกระดาษยับๆ ให้วีกิจดู วีกิจอ่านแล้วอึ้ง
       “ตาทำอะไรครับ”
       “มันบุกเข้าไปในสปา ขู่จะโยนเครื่องเป่าผมลงในอ่างที่อาแช่อยู่ มันจะฆ่าอา มันอยากให้หย่าจากภพ”
       “แล้วอาจะรีบไปไหนครับ”
       “อาจะไปถามภพให้รู้เรื่อง ถ้ามันทำถึงขนาดนี้ อาไม่เอามันไว้แน่”
       “อาจะทำอะไรครับ จะจ้างมือปืนมายิงมุตตาอย่างที่เคยทำเหรอครับ”
       นพนภาชะงักไปนิดนึง
       “อ้อ เข้าข้างมันล่ะซี นังนี่มันคงไปทำเสน่ห์มาหลงมันทั้งหนุ่มทั้งแก่”
       นพนภาขึ้นรถแล่นออกไปอย่างเร็ว วีกิจมองกระดาษในมือ ส่ายหน้าเริ่มรับมุตตาไม่ได้มากขึ้น
       
       ที่บ้าน เจนภพกำลังทานอาหารมื้อสาย นพนภาเดินเข้าบ้านมาอยู่ในชุดฟิตเนสตรงมาปัดจานชามกระเด็น
       “ไม่ต้องกิน”
       “อะไรอีก”
       “ไปบอกกับอีมุตตาว่าจะหย่ากับฉันใช่ไหม”
       “นี่ผมต้องไปทำงาน ไม่มีเวลามาพูดเรื่องเพ้อเจ้อ ผมมีประชุมตอนบ่าย”
       “ไม่ต้องประชุม ไม่ต้องไป” นพนภากรากมากระชากกระเป๋าเอกสารจากมือเจนภพเหวี่ยงไปที่พื้น กระเป๋าแตกอ้าออกใกล้ๆ แต้วกับยายแหวงที่ร้องวี๊ด “มาพูดกันให้รู้เรื่องกันไปตรงนี้ คุณบอกมันว่าจะหย่ากับฉันใช่ไหม”
       เจนภพเลือดขึ้นหน้า
       “ไม่มี ไม่เคยพูดซักคำ”
       “ถ้าไม่เคยพูด แล้วมันจะกล้ามาทวงใบหย่ากับฉันเหรอ”
       “ผมบอกว่าผมไม่รู้เรื่อง หลีกไป”
       “ไม่หลีก คุณต้องเลิกกับมันตั้งแต่เดี๋ยวนี้”
       “ผมบอกคุณตั้งร้อยหนแล้ว เด็กคนนี้แค่ของเล่น ผมเลิกแน่ แต่ขอเวลาให้มันค่อยเป็นค่อยไปหน่อย”
       นพนภาถอยไปนิดหนึ่งมองหน้าเจนภพ
       “แปลว่าคุณเลิกกับมันไม่ได้ นี่หลงมันขนาดนี้เชียวเหรอ ใช่ซี มันตบฉันก็ยังไม่มีปัญญาทำอะไรมันได้
       หลงมันนักก็เลิกกับฉัน หย่ากับฉันให้มันรู้แล้วรู้รอด ฉันจะไม่ขอทนแล้ว กล้าไหมล่ะ หย่ากับฉัน”

  นพนภาตัวสั่น เสียงสั่น เจนภพมองอ่อนลงนิดหนึ่ง

        
       “นี่ผมไม่เคยคิดอย่างนั้นเลยนะ นภา”
       “ไม่คิดแต่ทำไมคุณทำ คุณทำร้ายจิตใจฉันมากี่ร้อยกี่พันหนแล้วกับไอ้ตัณหาราคะหน้ามืดของคุณ”
       นพนภาโผนเข้ารัวกำปั้นใส่เจนภพ
       “นี่อย่าบ้าให้มันมากนัก”
       “เออ ฉันบ้า คุณเองก็ไอ้แก่บ้ากาม ผมสองสีแล้วยังตัณหาท่วมตัว สันดานเพศผู้”
       เจนภพขบกรามปัดมือนพนภา
       “นี่อย่าให้มันมากเกินไปนะ”
       “จะทำไมฉัน นี่แน่ะ ฉันมันโง่เองที่ไม่สืบประวัติ พวกตระกูลคุณมันมากผัวมากเมียกันทั้งโคตร ทั้งฝ่ายพ่อฝ่ายแม่”
       เจนภพตาวาวสะบัดไปเต็มแรง ปลายนิ้วฟาดใส่หน้านพนภา แรงเหวี่ยงทำให้กระเด็นล้มลงไปกองที่พื้นแต้วกับยายแหวงร้องกรี๊ด เจนภพก้าวมายืนค้ำหัวนพนภา
       “อย่าลามปามเกินไปนัก ผมอดทนให้หลายครั้งแล้วนะ”
       เจนภพเดินออกไป นพนภาไม่เคยเจอไม้แข็งมาก่อน นั่งกุมแก้มพูดอะไรไม่ออก แต้วกับยายแหวงมาคุกเข่าลง ยกมือจดๆ จ้องๆ ไม่รู้จะทำท่าไหน นพนภาร้องกรี๊ด สะอื้น น้ำตาไหลพราก
       
       ที่บริษัทซีเอ็มซี คอนซัลท์ติ้ง มุนินทร์ถือถ้วยกาแฟยืนเหม่อมองไปนอกอาคารครุ่นคิดเรื่องเมื่อคืน คำเตือนของวีกิจ และเรื่องเมื่อเช้าที่ผ่านมาสดๆ ร้อนๆ มุนินทร์ถอนใจ ณัฐดนัยและลูกศรเดินมา
       “ยายนิน”
       “ศร บอส”
       “เมื่อไหร่จะบอกความลับให้เรารู้เสียทีล่ะครับ”
       “อะไรคะ”
       “ก็ที่ให้ผมกับลูกศรเล่นละครตบตานายสองคนนั่น วันนั้นไงครับ”
       “ทำไมเธอต้องหลอกคุณกิจว่าเป็นมุตตาน้องสาวเธอ”
       “ทำไมต้องแกล้งทำงานเป็นเลขาฯ ให้ผมต้องดุด่า”
       “เธอไปทำอะไรที่กระทรวงก่อนจะเข้ามาทำงานที่นี่รึเปล่า แล้วน้องสาวเธอรู้เรื่องอะไรนี้บ้างไหม”
       “เออ บอสคะ อีกห้านาทีต้องประชุมแล้วนี่คะ เตรียมตัวประชุมดีกว่านะ”
       มุนินทร์แยกไป ทั้งสองมองตาม
       “ปากแข็งตามเคย แล้วตกลงเขาเป็นแฟนมุนินทร์รึเปล่าครับ”
       “อยากรู้เรื่องเดียวเลยเหรอคะบอส”
       “อยากรู้ซีครับ”
       “แล้วไม่อยากรู้เรื่องแฟนของลูกศรบ้างเหรอคะ”
       ณัฐดนัยมีอาการเขินไป หน้าแดง ลูกศรยิ้มสวย ไม่อายที่แสดงการจีบก่อน
       “เออ เตรียมเข้าประชุมดีกว่านะครับ”
       ณัฐดนัยเดินหน้าแดงแยกไป ลูกศรหัวเราะคิก
       
       นพนภานอนคว่ำบนเตียงเดย์เบดซบหน้ากับหมอน สร้อยคำนั่งหมิ่นๆ อยู่ข้างๆ แต้วนั่งคุกเข่าที่พื้น สร้อยคำวางมือบนหลังนพนภา นพนภาน้ำตาริน
       “ใจเย็นๆ คุณนภา”
       “คุณพี่ก็เห็น เมื่อคืนมันบุกมาด่าหนูถึงบ้าน เมื่อเช้ามันก็โทรมาอีกว่าภพจะหย่ากับหนู อีกหน่อยมันคงขนของมาอยู่บ้านนี้แบบนังเมียน้อยในละคร”
       “โธ่เอ๋ย คุณนภา เด็กนั่นมันสาวมันสวย คุณภพก็หลงไปชั่วมื้อชั่วคราวไม่จริงจังอะไรหรอก ก็รู้อยู่ เขาก็มีแล้วเลิก มีแล้วเลิก มากี่คนแล้ว สิบคนได้ไหม”
       นพนภายันตัวลุกขึ้นปาดน้ำตา
       “ไม่ใช่สิบค่ะ อีแม่ชีคัพดีนั่นยี่สิบสาม อีมุตตานี่ยี่สิบสี่”
       “นั่นปะไร อีกหน่อยก็เลิกแบบรายอื่น”
       “แต่อีนี่มันเอาจริงค่ะ แต่ก่อนมันหงิมๆ ติ๋มๆ คิดว่าไม่เท่าไร แต่มันกลับมาคราวนี้มันยิ่งกว่ากะ เอ้อ อีตัว มันตั้งใจจะจับภพจริงๆ ไม่งั้นมันจะกล้าตบหนูกล้าบุกบ้านเราหรือคะ”
       “เฮ้อ”
       นพนภาจัดแจงแก้ปมชุดคลุม สร้อยคำสะดุ้ง นพนภาเปิดให้ดูรอยช้ำที่หลังเป็นรอยเขียวๆ ม่วงๆ
       “ดูนี่ซีคะ ภพทำกับหนู”
       “ตายแล้ว มีลงไม้ลงมือกันด้วยหรือนี่” สร้อยคำถามอย่างตกใจ แต้วยื่นหน้ามา
       “จริงค่ะ คุณผู้ชายตบซะกระเด็นลงไปกองเลยค่ะ”
       “อีบ้า อีสาระแน เขาแค่ผลักฉัน”
       “นายภพนี่ใช้ไม่ได้ ทำอย่างนี้มันเกินไปแล้ว”
       นพนภากลับแก้ตัวแทน
       “อย่าว่าภพเลยค่ะ แต่ก่อนไม่เคยเป็น เดี๋ยวนี้กระด้างกระเดื่องคงเพราะอีนั่นมันยุยง เพราะมันคนเดียวภพถึงได้กล้ามาท้าหย่ากับหนู”
       “โธ่เอ๋ย คุณนภา”
       “ฮึ หนูกล้าหย่าจริงๆ นะคะ พี่สร้อย”
       
       วีกิจนั่งหน้าขรึมอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ แต่ใจเลื่อนลอยไปคิดถึงมุนินทร์ ตอนที่เดินลุยน้ำทะเลกับเขาที่ชายหาด มุนินทร์จัดไทให้เขา เขาทะเลาะมุนินทร์ที่หน้าบ้านเจนภพ
       “ไอ้กิจ ไอ้กิจ”
       วีกิจเกือบสะดุ้งหันมาเห็นประสิทธิ์ชัยเลื่อนเก้าอี้มาจนติดพูดเสียงเบา
       “อะไร”
       “ไอ้บ้า ใจลอยไปถึงไหน เอ้อ มีซักสองหมื่นไหมวะ บัตรเครดิตตัดบัญชีแบงค์วันนี้ ไว้สิ้นเดือนข้าจะเคลียร์ให้”
       “อือม์ เดี๋ยวตอนพักจะโอนให้ เอาเบอร์บัญชีเอ็งมา”
       “เอ็งมันเพื่อนแท้จริงๆ”
       “รู้สึกเป็นเกียรติว่ะ เวลามีเงินให้เศรษฐียืม”
       “เศรษฐีน่ะแม่ข้าโว้ย แต่ข้าน่ะจนกรอบที่สุดในบ้าน เออ นี่เอ็งเป็นอะไรหรือเปล่าหน้าตาเหมือนอดนอนมาทั้งคืน”
       “มีเรื่องยุ่งๆ ที่บ้านนิดหน่อย”
       “อาเอ็งตีกันอีกแล้วซี เรื่องอะไรวะ มุตตาหรือเปล่า” วีกิจนิ่งไปนิดนึง
       “อย่าให้ข้าพูดเลย”
       “งั้นก็เรื่องมุตตาชัวร์ โชคดีแล้วล่ะที่เอ็งถอนตัวมาได้” วีกิจอึ้ง
       “ผู้หญิงนี่เข้าใจยากฉิบ เห็นซื่อๆ หวานๆ ทำไมจริงๆ ถึงได้ร้ายขนาดนั้น”

  รัชนกเดินมาเกาะเก้าอี้ประสิทธิ์ชัย ตาแป๋ว หวาน ซื่อ แสนดี

        
       “ไปกันหรือยังคะ”
       “ไปซีฮะ”
       “คุณกิจไปด้วยกันไหมคะ เทศกาลอาหารตะวันออกกลางค่ะ”
       “ไม่ล่ะฮะ ขอบคุณ”
       “เดี๋ยวนกหาขนมมาฝากนะคะ”
       ประสิทธิ์ชัยดึงรัชนกออกไป ยังไม่ลับตัวดีก็มีเสียงกอสซิปเกิร์ลดัง
       “เดี๋ยวเทศกาลอาหารบราซิล เดี๋ยวตะวันออกกลาง เดี๋ยวสวิส”
       “สมกับเป็นมิสสหประชาชาติ”
       “วันก่อนเห็นใบแจ้งยอดเครดิตการ์ดคุณสิทธิ์แล้วพรั่นจิต เป็นแสนเลยนะยะ”
       “ทีกับฉันซื้อถั่วต้ม 10 บาท อีคุณสิทธิ์ยังมาเก็บเงินฉันเลย”
       “ต๊าย หล่อนชอบกินถั่วเหรอ คิดว่าชอบกินเด็ก”
       “ก็ดีกว่าพวกหล่อน ชอบกินกันเอง ถึงได้ชื่อ ฉะ-กัน”
       มีเสียงร้องกรี๊ดค้อนควัก วีกิจถอนใจยาว
       
       ที่บ้านเจนภพ ขณะนั้นต้องอยู่ที่ห้องนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์มองดูขวดยาที่ตั้งเด่น แล้วเข้าเว็บเซิร์ซ พิมพ์คำค้นลงไป “เลิกยาเสพติด” ต้องกดคลิกเว็บต่างๆ ผุดขึ้นมาเรียงราย ต้องคลิกดูเว็บแรก...เยาวชนควรปรึกษาผู้ปกครอง โดยบอกตามความจริง ต้องถอนใจ
       นพนภาโบกบิลค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ เหนือหัวแต้วที่นั่งกับพื้น
       “นี่อะไรกันยะ ค่าไฟสามหมื่นแปด ค่าน้ำสี่พัน นี่บ้านคนหรือว่าอาบอบนวด”
       “บ้านคนค่ะ แต่วันก่อนคุณนภานวดให้คุณผู้ชาย ดูๆ ไปก็คล้ายอาบอบนวดนะคะ ฮิ ฮิ”
       นพนภาร้องอุทาน แต่ไม่รู้ด้วยความรู้สึกใดกันแน่
       “ว้าย นังบ้า นี่อย่ามานอกเรื่อง ทำไมค่าไฟมันเปลืองขนาดนี้”
       “หนูไม่รู้ค่ะ ห้องหนูไม่มีแอร์”
       “แกถึงได้สาระแนไปกระหน่ำแอร์รีดผ้าในห้องฉันใช่ไหม” แต้วทำหน้าเรี่ย
       “แหม แค่วันละชั่วโมงเองค่ะ”
       “อ้อ นังนี่ แล้วค่าน้ำล่ะยะ”
       “ก็คุณผู้หญิงบอกเองไม่ใช่หรือคะ ว่าสนามหญ้าต้องเขียวตลอดเดี๋ยวจะผิดฮวงจุ้ย หนูก็เลยรดให้วันละสามหน”
       “นังบ้า มิน่าสนามหญ้าฉันถึงแฉะเป็นปลักควาย” ต้องมายืนลังเลอยู่ “อ้อ แกมาก็ดีแล้ว ฟังไว้นะยะ ค่าไฟเดือนนี้สามหมื่นแปด ค่าน้ำสี่พัน ช่วยกันประหยัดหน่อย อย่าดีแต่ช่วยล้างช่วยผลาญ” ต้องมองดูนพนภาแล้วถอนใจ
       “ต๊าย ฉันพูดแค่นี้ทำทอดถอนใจ ไป ไปให้พ้นหน้าฉัน”
       “ค่ะ ด้วยความยินดีค่ะ”
       
       ที่ห้องสมุด ขณะนั้นเจนภพขมวดคิ้วกำลังพูดโทรศัพท์อยู่ที่โต๊ะทำงาน
       “ทำไมนัดที่นั่น โอเค อีกชั่วโมงนึงเจอกันนะ ตา” ประตูเปิดออก เจนภพสะดุ้งเฮือก ค่อยๆ หันไปดูเห็นว่าเป็นต้องก็คลายใจยิ้มให้ลูก ต้องดูโล่งใจก้าวมา “หนูเองหรือลูก”
       “พ่ออยู่นี่เองหรือคะ หนูเดินหาทั้งบ้าน”
       ต้องนั่งลงตรงหน้าโต๊ะทำงานมีอาการอึกอักลังเล แต่เจนภพไม่ได้สังเกต
       “ขืนอยู่ข้างนอกก็ต้องทนฟังแม่เขากระทบกระเทียบทั้งวันซี รำคาญจะตาย”
       “เดี๋ยวนี้ เราไม่ค่อยได้คุยกันเลยนะคะ”
       “อ้าว ก็เจอกันทุกเช้าหนูจะคุยอะไรก็คุยซี”
       ต้องลังเลแล้วตัดสินใจพูด เจนภพดูนาฬิกา
       “พ่อคะ หนูมีอะไรจะปรึกษา”
       “รอไว้ก่อนได้ไหมลูก เดี๋ยวพ่อต้องออกข้างนอกแล้วพ่อมีธุระ”
       “ธุระสำคัญมากหรือคะ”
       “พ่อมีนัด”
       “กับมุตตาอะไรนั่นหรือคะ เขาเปรี้ยวดีนะคะไม่เชยเหมือนเมื่อก่อน”
       “จุ๊ๆ อย่าเอะอะไปลูก พ่อไปล่ะ”
       เจนภพขยี้ผมลูกสาวแล้วรีบร้อนออกไป ต้องหน้าขรึมลงแล้วยิ้มเยาะตัวเอง
       
       ที่หน้าบ้านเจนภพ วีกิจเดินมาที่รถแต่งตัวเตรียมตัวไปเข้ายิมเห็นต้องแต่งตัวใหม่แต่หน้ายังซีดเซียวจะออกจากบ้าน
       “ต้อง จะไปไหนน่ะ”
       “ไปให้พ้นบ้านนี้ค่ะ”
       “พูดอะไรอย่างนั้น ติดรถพี่ไปไหมเดี๋ยวพี่จะไปยิมที่สโมสร”
       “ไม่ล่ะค่ะ แท็กซี่จะมารับแล้ว”
       “ไม่สบายรึเปล่าต้อง”
       ตาของต้องดูเลื่อนลอย
       “ต้องสบายดี อ้อ เดี๋ยวพ่อเขาจะออกไปเหมือนกัน พี่กิจติดรถพ่อไปที่ลงสโมสรก็ได้นะคะ”
       “อะไรเรานี่ ทำไมต้องให้พี่ไปนั่งรถพ่อด้วย”
       “ก็จะได้คุยกันเรื่องยายเมียน้อยมุตตาไงคะ จะแบ่งสัดส่วนกันยังไงให้ลงตัว”
       “นี่ต้องพูดอะไรน่ะ”
       “พ่อเขานัดกับยายมุตตาไว้ค่ะ วันนี้คงเป็นวันของอาไม่ใช่ของหลาน”
       ต้องหยันๆ ก่อนออกจากบ้านไป วีกิจครุ่นคิดทันที
       
       เจนภพกำลังแต่งตัวใหม่อยู่หน้ากระจกห้องน้ำ นพนภาเดินเข้ามามองเจนภพที่ฮัมเพลงอย่างสบายอารมณ์ นพนภาเดินมาที่ปลายเตียงแล้วหยิบมือถือขึ้นโทร
       
       “คุณพงส์เหรอคะ รีบส่งคนมาที่บ้านฉันเลย ผัวฉันมันกำลังจะออกไปทำชั่วอีกแล้ว ก็คงไปหานังมุตตานั่นแหละ สืบให้ได้ว่านังมุตตามันอยู่ที่ไหน ทำงานอะไร แล้วถ้าได้โอกาสทำให้มันได้แผลสักสองสามแผล เอาให้คลีนิคความงามไม่กล้ารับเย็บให้มันเลย”
       
       นพนภาเลิกสาย เหลือบไปที่เจนภพที่ฉีดน้ำหอมทั่วตัว

รถวีกิจจอดรออยู่มุมสงบมุมหนึ่งของถนนในหมู่บ้านตรงสี่แยกใหญ่เห็นรถเจนภพแล่นผ่านไป วีกิจจะเลี้ยวรถตามแต่ต้องเบรคลั่น เพราะรถมอเตอร์ไซค์ของปุ๊แล่นตามมา ปุ๊แฉลบรถเกือบเสียหลัก หันมามองรถวีกิจผ่านหมวกกันน็อคที่ปิดหน้ามิดชิด ปุ๊แล่นต่อไป วีกิจงงๆ ขับตามไป 

       ที่เทอเรซชั้นบนบ้านเจนภพ นพนภายืนตระหง่าน ตาเป็นประกาย ปากมีรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
       
       มุนินทร์นัดเจอกับเจนภพที่ฟิตเนสในโรงแรมหรูห้าดาว เจนภพสวมชุดว่ายน้ำนั่งเอนตัวอยู่ที่เก้าอี้นอนริมสระ บนโต๊ะเล็กวางเหล้าสีสวย เจนภพเริ่มมีท่าทีกระสับกระส่ายดูนาฬิกาอย่างร้อนใจ เมื่อลดมือลงก็เห็นมุนินทร์ในชุดว่ายน้ำแบบนักกีฬา มีผ้าเช็ดตัวพาดไหล่เดินมาอย่างมั่นใจในตัวเอง เจนภพลุกขึ้นต้อนรับ
       “ตา ทำไมช้าจัง”
       “แต่ก่อนนี้ ตารอคุณมานานเกินพอแล้วซีคะ”
       มุนินทร์นั่งลง เจนภพมองอย่างโลมเลีย
       “ล้างแค้นหรือ” มุนินทร์เลิกคิ้ว “นานแค่ไหนผมก็รอได้”
       “แล้วถ้าต้องรอตลอดชีวิตล่ะคะ”
       “ผมรู้ ตาไม่ปล่อยให้ผมรอนานขนาดนั้นหรอก ถ้าผมพิจารณาข้อเสนอของตา”
       “เดี๋ยวก่อนค่ะ ฉันมาที่นี่เพื่อว่ายน้ำ” มุนินทร์ลุกขึ้นยืนบิดตัว เจนภพกลืนน้ำลาย “ถ้าจะเสนออะไร รอไว้ก่อนดีกว่า”
       มุนินทร์หันตัวไป เจนภพรีบลุกตามปาเสื้อคลุมทิ้ง
       “เอาซี มาว่ายแข่งกัน”
       มุนินทร์ยิ้มคล้ายเยาะ พุ่งตัวลงในน้ำว่ายไปราวปลา เจนภพกระโจนลงว่ายตาม
       ที่มุมหนึ่งห่างออกมา วีกิจสวมแว่นตาดำมองดูนิ่งอยู่ พนักงานขายของฟิตเนสตามมาชี้ชวนอยู่ข้างๆ
       พูดเกลี้ยกล่อมน้ำไหลไฟดับ
       มุนินทร์ว่ายมาถึงขอบสระอีกด้านหมุนตัวพิงขอบสระรอ เจนภพตามมาถึงด้วยอาการเหนื่อยหอบ
       “เก็บแรงไว้บ้างเถอะค่ะ”
       “ผมรู้” เจนภพมองมุนินทร์ตาเยิ้ม
       “ฉันหมายความว่า ให้ระวังค่ะ เดี๋ยวจะหัวใจวายตายคาสระ”
       วีกิจมองดู จากมุมที่เห็นดูราวทั้งคู่พร่ำพลอดกัน มุนินทร์ยิ้มหยันแล้วว่ายกลับเจนภพว่ายตาม วีกิจหน้าเครียด พนักงานขายมองตาปริบๆ
       “เราไปดูห้องซาวน่าต่อดีไหมครับ”
       “ขอผมนั่งพักที่นี่เดี๋ยว”
       “เชิญครับ”
       วีกิจนั่งลง พนักงานแอบค้อนเดินไป วีกิจมองไปที่สระเห็นมุนินทร์ขึ้นจากสระเดินมาที่เก้าอี้แล้วเอาผ้าเช็ดตัวซับผมแล้วนั่งลง เหยียดขาไขว้ เจนภพตามมาถึงเหนื่อยแทบลิ้นห้อย
       “ให้ตาย”
       “รู้ตัวไว้บ้างซีคะ ว่าคุณแก่แค่ไหนแล้ว”
       “ใครว่า ชีวิตเริ่มต้นเมื่ออายุสี่สิบต่างหาก”
       “ค่ะ” เจนภพยิ้ม “เริ่มต้นเดินทางสู่ความตาย”
       เจนภพนิ่วหน้า
       “ตา ชอบพูดเรื่องเป็นเรื่องตายอะไรก็ไม่รู้ นี่ตาเป็นสมาชิกที่นี่หรือ”
       “เปล่าค่ะ เพื่อนฉันต่างหากที่เป็นเมมเบอร์ของที่นี่”
       “ไม่ยักรู้ว่าตาชอบว่ายน้ำ แต่ก่อนไปทะเลกัน ตาก็แทบจะไม่ยอมลงน้ำเลย”
       มุนินทร์เครียดขรึมลง
       “เพราะตาคนนั้น กลัวการจมน้ำตายน่ะซีคะ”
       “ถ้าตาชอบว่ายน้ำ เสาร์อาทิตย์หน้าไปกระบี่กันไหมไปดำน้ำดูปะการังกัน”
       “ไปซีคะ”
       “ดีจริง”
       “ถ้าคุณเอาใบหย่ามาให้ฉันดูก่อน”
       “โธ่ตา นี่ตาไม่รู้สึกผิดบาปบ้างเลยหรือที่มาให้ผมหย่ากับเมีย”
       “จะให้คุณกับเมียเท่านั้นหรือคะ ที่ทำผิดบาปได้”
       “ตาไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อนเลยนะ นี่เกิดเฮี้ยนอะไรขึ้นมา”
       “ถ้าตาเฮี้ยนจริง ก็คงไปหักคอเมียคุณนานแล้วล่ะค่ะ”
       มุนินทร์พูดราวพูดเล่นแต่ตาวาววับ เจนภพไม่รู้เรื่อง พิศดูมุนินทร์ มุนินทร์ขยับตัวตะแคงบิดสะโพกไขว้ขา เจนภพตาเยิ้ม
       “ตาเพรียวขึ้นกว่าเดิมตั้งเยอะ ไม่เหมือนตอนเกิดเรื่องตาอวบอิ่มกว่านี้”
       “ตอนนั้นตาท้องมังคะ” เจนภพหัวเราะ
       “ตานี่ตลกหน้าตายจริง”
       “ตาไม่น่าตายต่างหากคะ”
       “ตาสวยแล้วเซ็กซี่ขึ้น”
       “แล้วคุ้มค่าพอที่จะทิ้งเมียศัลยกรรมของคุณไหมล่ะคะ”
       มุนินทร์ยิ้มยั่วยวน เจนภพยื่นหน้ามาใกล้
       “คุ้มซี คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม”
       วีกิจยังจับตาดูทั้งคู่ จากมุมมองดูราวเจนภพและมุตตาจุมพิตกัน วีกิจฮึดฮัดขัดใจ
       “งั้นก็เอาใบหย่ามาให้ได้ซีคะ แล้วคุณจะได้สิ่งที่คุณต้องการ”
       มุนินทร์ผลักเจนภพหงายหลังลงไปนอนบนเก้าอี้แล้วทาบตัวลงไป จูบเบาๆ ที่ริมฝีปากเจนภพ วีกิจมองอย่างใจหายความหึงหวงยิ่งเพิ่มขึ้น มุนินทร์เลื่อนริมฝีปากออกเจนภพหน้าแดงก่ำหอบหายใจ เต็มไปด้วยความพิศวาส จะรวบร่างของมุนินทร์เข้ามากอดจูบอีก แต่มุนินทร์ยันอกเจนภพไว้
       “โธ่ตา ทำไมต้องทรมานผมขนาดนี้”
       
       มุนินทร์ลุกขึ้นยืน สีหน้าสะใจ
       “เพราะคนแบบคุณเป็นฝ่ายได้และเรียกร้องที่จะได้มาตลอดไงคะ จนไม่เคยรู้ว่าใครอื่นต้องสูญเสียและเจ็บปวดแค่ไหน ต่อไปนี้ถึงเวลาแล้วที่คุณจะต้องเป็นฝ่ายสูญเสียบ้าง”
       “ตา จะงอนอะไรผมนักหนา”
       “ลาก่อนค่ะ”
       “นี่ตาจะกลับแล้วหรือ เดี๋ยวซี ไหนว่าเราจะกินอะไรกันก่อน แล้วค่อย...”
       “อย่าเลยค่ะ ฉันว่าคุณกลับไปกินน้ำพริกถ้วยเก่าที่บ้านดีกว่าป่านนี้คงแห้งกรังติดก้นถ้วยแล้ว”
       
       มุนินทร์คว้าผ้าเช็ดตัวเดินไป เจนภพงง วีกิจแปลกใจที่ทั้งคู่ไม่ไปด้วยกัน

  มุนินทร์เดินแกว่งพวงกุญแจรูปร่างประหลาดตรงไปยังรถสปอร์ต วีกิจก้าวตามมาและหยุดที่หลังเสา จังหวะนั้นมีร่างๆ หนึ่งพรวดมาเกือบชนวีกิจ

       “อุ๊ย ขอโทษครับ”
       วีกิจขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าเป็นคนในรถที่เกือบชนเมื่อเช้า ปุ๊มองวีกิจอย่างเย็นชา วีกิจขยับถอย ปุ๊เดินแกมวิ่งไปขึ้นรถตนเองที่จอดห่างออกไป มุนินทร์แล่นรถออกวีกิจรีบวิ่งขึ้นรถของตัวเอง เห็นปุ๊กำลังบึ่งรถตามมุนินทร์ วีกิจทะยานรถออกมาขวางทันที ปุ๊หักหลบแล้วเบรค
       “เฮ้ย ระวังหน่อย แล่นเร็วในที่จอดรถแบบนี้ได้ไงวะ”
       ปุ๊หัวเสีย หมุนรถออกอีกทาง ปุ๊แล่นรถออกมานอกอาคารจอดรถแต่รถมุนินทร์แล่นหายลับไปเสียแล้วปุ๊หัวเสีย
       
       คืนนั้นนพนภาอยู่ที่ผับกำลังนั่งดูรายชื่อพนักงานที่จะเข้ามาทำงานที่ผับ คนงานที่กำลังตกแต่งสถานที่ยังเดินขวักไขว่
       “กัปตัน รีเซฟชั่น พ่อครัว พีอาร์ นี่คนเก่าของคุณหมดเลยเหรอคะ” นพนภาถามประพงส์
       “ครับ พวกนี้มืออาชีพ ทำงานกับผมมานาน ไว้ใจได้ทุกคน เอ...หรือว่าคุณนภาไม่ไว้ใจผม ก็ได้นะครับ จะเอาคนของคุณมาช่วยเสริมก็ได้”
       “โถ ไม่ได้ว่าไม่ไว้ใจหรอก ฉันเองก็ยังใหม่กับธุรกิจนี้ ยังไงก็ต้องไว้ใจคุณประพงส์ซีคะ”
       “แต่เอาคนของคุณนภามาทำงานร่วมด้วยก็ได้นะครับ”
        “แหม คนของฉันก็ไม่ค่อยถนัดงานแบบนี้เสียด้วย”
       “อย่าง น้องต้องไงครับ มาดูแลแทนคุณแม่ไง” ประพงส์ลองหยั่งเชิง
       “อุ๊ย ยายต้องยังเรียนอยู่ ไม่ได้หรอกค่ะงานกลางคืนด้วย เดี๋ยวเสียผู้เสียคนกันพอดี นี่คุณ ยังสงสัยเรื่องประกาศรับคนใหม่ ทำไมให้เขียนวันเดือนปีเกิดด้วยล่ะคะ”
       “อ๋อ ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมจะเอาไปให้หมอทิพย์เนตรเขาตรวจ งานพวกนี้มันต้องใช้คนที่ฤกษ์ต้องโฉลกกัน ถึงจะทำกันขึ้น”
       “หมอคนนี้แม่นเหรอคะ”
       “มากๆ ครับ ถ้าสนใจผมจะพาไปพบ แต่ต้องนัดล่วงหน้าเป็นอาทิตย์เลยนะ”
       “ดีค่ะ นี่ อีกเรื่องคนของคุณตามคุณภพไปเมื่อกลางวัน ไปถึงไหนแล้ว”
       “อ้อ ได้ครับ ผมเช็กให้”
       ประพงส์แยกไปโทรมือถือ นพนภามองตาม
       
       คืนเดียวกั้นนั้นที่คอนโดแจ็ค บรรดาเด็กวัยรุ่นกำลังมั่วสุมกันเมามันได้ที่ทั้งเล่นยา ดื่มและดิ้นเร่าๆ กับเสียงเพลงกระหึ่ม อีกห้องต้องกำลังหัวเราะลั่นกับกลุ่มเพื่อน แจ็คอยู่ในวงด้วย กำลังนัวเนีย แจ็คป้อนเครื่องดื่มให้ต้อง ต้องหัวเราะไร้สติ แจ็คหัวเราะตาม
       
       ประพงส์โทรศัพท์หาปุ๊แล้วเดินหน้าเครียดกลับเข้ามาหานพนภา
       “คุณนภาครับ เด็กผมมันพลาด ตามยายมุตตาไปไม่ได้”
       “ทำไมคะ”
       “มีคนมาขวางน่ะซีครับ แล้วมันก็กล้าทำอะไรไม่ได้ด้วย”
       “ใครคะ”
       “หลานคุณ นายวีกิจ”
       นพนภาเจื่อนไปทันที พร้อมกับอารมณ์เสียพลุ่งขึ้น
       
       เมื่อกลับมาบ้าน ขณะที่นพนภากำลังทาครีมอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง เจนภพอ่านหนังสืออยู่บนเตียง นพนภาเดินมาที่เตียงลงนอน เจนภพหันมามอง
       “ต้องยังไม่กลับเหรอ”
       “มันบอกว่าไม่กลับ ไปติวหนังสือบ้านยายชิชา นี่ไม่ต้องมาทำเป็นห่วงลูกหรอก ฉันเองยังนึกว่าคุณจะไม่กลับเลย”
       “ผมไม่กลับแล้วผมจะไปนอนไหน”
       “ไปนอนบนเตียงนังมุตตาไง”
       “เอ้อ หาเรื่องอีกแล้ว ไม่เอาละ ผมนอนล่ะ”
       “ไม่ต้อง อย่ามาทำหน้าซื่อ ฉันรู้นะวันนี้นัดเจอมันใช่ไหม”
       เจนภพอึ้ง มองนพนภาที่จ้องมาอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ
       “ใช่ วันนี้ผมไปเจอเขาจริง รู้ไหมว่าผมไปทำไม”
       “ไปทำไม เอาใบหย่าไปแบให้มันดูหรือ”
       เจนภพทำใจดีสู้เสือ
       “พูดอะไรแบบนั้น วันนี้ผมไปเจอเขาเพื่อเตือนว่าเขาไม่มีสิทธิ์อะไรมาระรานคุณ ผมจะไม่มีวันยอมอีกแล้วด้วย”
       เจนภพเข้ากอดนพนภา จูบไซร้ซอกคอ
        “แล้วมันว่ายังไง มันนั่งฟังหรือนอนฟังล่ะ”
       “เด็กคนนี้ผมเลิกแน่ คุณเลิกห่วงเลิกกังวลได้แล้ว นภา คุณน่าจะรู้ว่าเราร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานานขนาดไหน คุณสำคัญกว่าใครทั้งนั้นคุณคือเมียที่ประเสริฐที่สุด”
        นพนภายิ้มหยัน
       “ไม่ใช่หรอก ฉันไม่ใช่เมียที่ประเสริฐแต่คือเมียที่มีประโยชน์ต่างหาก”
       เจนภพสะอึก แต่ฝืนเล้าโลมต่อ
       “นภา ผมไม่มีวันได้ดีขนาดนี้ถ้าไม่มีคุณ”
       “ถ้าไม่มีคุณ ชีวิตฉันคงดีกว่านี้”
       “โธ่ นี่จะงอนไปถึงไหน”
       เจนภพจูบซอกคอ มือปลดเสื้อนพนภา
       “อุ๊ย อย่านะ อย่าภพ”
       เสียงห้ามกลายเป็นเสียงคราง เจนภพไม่ยอมหยุด

นพนภาก้าวเข้ามาในห้องน้ำ ผมยังรุ่ยร่ายมองหน้าตัวเองในกระจกอย่างไร้ชีวิตจิตใจเมื่อนึกถึงภาพที่ตนกำลังนอนกับเจนภพ เจนภพพลิกร่างของนพนภากลิ้งมา นพนภาเต็มไปด้วยความสุข เจนภพกอดรัดร่างนพนภา นพนภาหลับตาพริ้ม 

       
       “ผมรักคุณเหลือเกิน” เจนภพพลิกกายขึ้นทาบทับ หน้าของนพนภากลายเป็นหน้าของมุตตา เจนภพกระซิบข้างหู “ผมรักคุณ มุตตา”
       เจนภพลืมตัวยังกอดรัดนพนภาต่อไป นพนภาลืมตาโพลงตัวแข็งทื่อ
       นพนภามองตัวเองในกระจกสะอิดสะเอียนขึ้นมาเต็มที่ วิ่งไปอาเจียนลงในชักโครก นพนภาอาเจียนจนหมดไส้หมดพุง ทรุดลงกับพื้นพิงผนังไว้แล้วร้องไห้ออกมาอย่างสุดทน
       
       เช้าวันรุ่งขึ้นวีกิจแต่งตัวจะไปทำงานเดินลงบันไดมาพบนพนภาซึ่งไม่ได้แต่งหน้า หัวฟู ตาคล้ำ หน้าซีด นั่งพิลาปร่ำกับสร้อยคำ บัวนั่งกับพื้นฟังอยู่ด้วยขันตักบาตรยังวางอยู่
       “เมื่อวานนี้ไปเสพสุขกับมันมาทั้งวันยังไม่พอ เมื่อคืนนอนอยู่กับหนูแท้ๆ แต่เรียกชื่อมัน ท่าทางจะครางจนเคยปาก เลยติดมาถึงบ้าน” วีกิจหน้าซีด
       “นายภพเขาสัญญาว่าจะเลิกไม่ใช่หรือ คุณนภา”
       “หนูไม่เชื่ออีกแล้วค่ะคุณพี่ หลงมันจนโงหัวไม่ขึ้นแบบนี้ หนูไม่รู้ว่าจะทำยังไงแล้ว” ความแค้นนพนภาพลุ่งขึ้นตาวาว “บางที หนูอยากส่งคนไปฆ่ามันให้ตาย”
       วีกิจตกใจ สร้อยคำตบอกผาง
       “อย่าเชียวนะ คุณนภา แค่คิดก็ผิดแล้วนะอย่าคิดอย่างนั้นนะคะ พี่ขอ”
       “แต่ยังไงมันก็ต้องเจ็บตัว”
       สร้อยคำปลอบให้ปล่อยวาง วีกิจถอนใจมีแววตัดสินใจก่อนจะออกจากบ้านไป
       
       ที่กระทรวง เจนภพก้าวมาตามทางเดินดูสูงสง่า ข้าราชการสาวสองคนเดินมา เจนภพมองอย่างธรรมดาทักทายแต่แววเจ้าชู้ในตัวแผ่ออกไป
       “ไง วันนี้แต่งตัวสวยจริง”
       “วุ๊ย ขอบคุณค่ะ ผ.อ.”
       สองสาวสะเทิ้นคิกคัก เจนภพสวนไป สองนางหยิกทุบกันมองตามเจนภพตาละห้อย
       “คนอะไรยิ่งแก่ยิ่งเท่ หนุ่มๆ ทำอะไรไม่ได้”
       วีกิจยืนมองเหตุการณ์เมื่อครู่เงียบๆ เจนภพเดินมาตบไหล่ทักทาย
       “ไง”
       “เสน่ห์ไม่เคยตกเลยนะฮะ”
       “จะไปกินข้าวหรือ”
       “ฮะ”
       “เจอตาบ้างหรือเปล่า เขาเป็นไงบ้าง”
       “อาภพมาถามผมทำไม อาภพเพิ่งไปเจอตามาเมื่อวานนี้เองไม่ใช่หรือ” เจนภพหัวเราะ
       “ข่าวไปไวดีจริง นี่ตาเล่าให้แกฟังหรือ”
       “คงงั้นมังครับ” วีกิจรับสมอ้างยิ้มแฝงแววเยาะ “ผมกับตาไม่มีอะไรปิดบังกันอยู่แล้ว”
       เจนภพสะอึก แต่ซ่อนอาการ ยิ้มเรื่อยๆ
       “ผู้หญิงสมัยนี้แปลกนะ ชอบคบผู้ชายมากกว่าหนึ่งคนพร้อมกัน”
       “สิทธิสตรีมั้งฮะ อาภพคิดว่าผู้ชายเท่านั้นหรือฮะ ที่เป็นเสือผู้หญิงได้”
       “นี่แกจะบอกว่า ตาเป็นเสือผู้ชายอย่างงั้นหรือ”
       วีกิจยิ้ม แต่ด้วยความไม่เจนโลกทำให้ซ่อนความขมขื่นไว้ไม่ได้ วีกิจจ้องหน้าเจนภพ
       “ถ้าตาเป็นอย่างงั้นก็เพราะมีคนทำให้เขาเป็นล่ะครับ”
       “แกปกป้องเขาเหลือเกินนะ มิน่าเขาถึงชื่นชมแกเหลือเกิน”
       “หรือฮะ”
       “ขนาดนอนอยู่ข้างๆ ฉันแท้ๆ ยังพูดถึงแกจนน่ารำคาญ”
       วีกิจสะอึกฝืนทำไม่แยแส แต่เจนภพดูออกจึงเชือดเฉือนต่อ
       “นี่ผมควรจะภูมิใจไหมฮะนี่”
       “อย่าเพิ่งภูมิอกภูมิใจไปเลยนายกิจ แกรู้ไหมเขาทำอย่างงั้นทำไมเขายั่วให้ฉันหึง แต่ฉันไม่หลงกลหรอก” วีกิจสะท้านสะเทือน “ตาน่ะขาดฉันไม่ได้ ไม่งั้นเขาก็ไม่ตามตอแยฉันขนาดนี้”
       วีกิจตั้งสติได้
       “อาภพแน่ใจหรือฮะ ตัวเขาอยู่กับอาแต่ใจเขาอาจจะอยู่กับผมก็ได้”
       “แกตามผู้หญิงคนนี้ไม่ทันหรอก แกมันไก่อ่อนเหลือเกินนายกิจ”
       “แล้วอาภพไม่คิดว่า อาก็ไก่แก่เกินแกงแล้วเหมือนกันหรือฮะ ขอตัวนะครับ”
       วีกิจยิ้มกริ่มเดินจากไป เจนภพมองตามขบกรามระแวงระไว วีกิจเดินมารอยยิ้มจางลงกลายเป็นขมขื่นทุกข์ใจขึ้นแทน
       
       วีกิจนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานอึดอัดขัดใจแล้วคว้ามือถือมาโทรออก หน้าจอมือถือเป็นรูปมุนินทร์ ปริมหยุดงานทั้งปวงเงี่ยหูฟัง ที่ห้องทำงานมุนินทร์ มุนินทร์ยืนอยู่ที่ปริ้นเตอร์โทรศัพท์บนโต๊ะดัง ลูกศรยืนอยู่ใกล้ๆ รีบตะครุบมา
       “ฮัลโหล คุณวีกิจหรือคะ นินประชุมอยู่ค่ะยังไม่ว่างค่ะ”
       มุนินทร์ตาเขียวปั้ดเดินรี่มา วีกิจหน้าหมองลง
       “หรือฮะ คุณลูกศรหรือฮะ”
       “ใช่แล้วค่ะ” ลูกศรเดินหนีมุนินทร์ไปรอบๆ โต๊ะ “นินประชุมกับบอสค่ะ ท่าทางเหมือนบอสจะเครซี่ชีอยู่นะคะ”
       มุนินทร์ตาวาว วีกิจหน้าเสีย ลูกศรหนีไปที่โซฟามุนินทร์เข้าแย่งโทรศัพท์ ลูกศรล้มไปที่โซฟาเอามือหนึ่งดันมุนินทร์ไว้
       “นี่ เธอเป็นบ้าอะไร”
       “แต่ยายนินไม่เล่นด้วยหรอกค่ะ ชีไม่ชอบบอกว่าแก่ไป”
       “ศร”
       “อ้อ มาแล้วค่ะ กลับเข้ามาพอดี ประชุมเสร็จแล้วหรือจ๊ะ คุณวีกิจโทรมาจ้ะ”
       มุนินทร์ดึงโทรศัพท์มา ลูกศรหัวเราะกิ๊ก มุนินทร์ชี้หน้าเป็นเชิงว่าฝากไว้ก่อน แล้วยิ้มนิดๆ
       “ฮัลโหล ฉันเองค่ะ วีกิจ”
       วีกิจนิ่งฟัง หน้าที่เครียดขรึมระแวงเจ็บแค้นพลันคลายลง
       “ฮัลโหล เอ้อ เย็นนี้คุณว่างไหมครับ”
       “ว่างค่ะ มีอะไรคะ”
       “ผมมีธุระอยากคุยกับคุณ ที่เดิมก็แล้วกัน กี่โมงดีฮะ”
       “เดี๋ยว ยังอยากคุยกับฉันอยู่เหรอนึกว่าตัดสัมพันธ์กับฉันเสียแล้ว”
       “ผมยังเป็นเพื่อนคุณอยู่”
       วีกิจอ่อนลงตาเป็นประกาย ปริมเชิดหน้า
       “ก็ได้ค่ะ เย็นนี้เจอกัน ค่ะ ค่ะ”
       วีกิจลดโทรศัพท์ลง ปริมเปรย
       “สับรางยิ่งกว่ารถไฟเหาะตีลังกา เดี๋ยวขบวนอา เดี๋ยวขบวนหลาน”
       นักรบ ฉกรรจ์ โผล่มาจากไหนไม่ทราบได้
       “ขบวนนึงเก่า ขบวนนึงใหม่”
       
       “ขบวนนึงใหญ่ ขบวนนึงยาว”

 วีกิจมองตาวาวเอาเรื่องสองกระเทยสลายตัววูบ ปริมค้อนแบบเกรงๆ มุนินทร์วางโทรศัพท์ลงหันมาหาลูกศรช้าๆ ลูกศรนั่งตะไบเล็บทำหน้าซื่อ

        
       “เธอทำบ้าอะไร”
       “เดทเธอกับนายวีกิจน่ะซี”
       “อย่าพยายามนักเลย บอกแล้วไง นับวันเขาก็ยิ่งเกลียดฉันมากขึ้น” มุนินทร์บอกอย่างเจ็บปวด
       “เธอไปทำอะไรให้เขาเกลียดล่ะ”
       “แล้วจะเล่าให้ฟัง”
       “ย่ะ ยายคนความลับเยอะ”
       ณัฐดนัยโผล่มา
       “ฮัลโหล เย็นนี้ไปทานข้าว ฟังเพลงกันดีไหมครับ”
       “ไปค่ะ เอ๊ะ ชวนใครคะ ลูกศรหรือนิน” ลูกศรตอบรับแล้วถาม
       “ทั้งคู่ครับ”
       “ยายนินเพิ่งนัดกับชายหนุ่ม คงไปกับเราไม่ได้หรอกค่ะ”
       มุนินทร์ตาเขียวฉีกยิ้ม ณัฐดนัยเจื่อนๆ ไป
       
       ที่ร้านอาหารริมน้ำ วีกิจมองมุนินทร์ที่นั่งอยู่ตรงหน้า สะสวยจนวีกิจไม่คิดว่ามุนินทร์จะร้ายกาจได้อย่างที่รับฟังมา
       “จะด่าทออะไรฉันอีกล่ะคะ เชิญตามสบาย “
       “ผมก็อยากรู้ว่าคุณกำลังเล่นสงครามประสาทกับอานภาไปทำไม”
       “ฉันกำลังเรียกร้องความยุติธรรมมังคะ”
       “ความยุติธรรมคือการแย่งอาภพมาจากอานภาหรือฮะ”
       “เปล่าค่ะ ความยุติธรรมคือ เขาสองคนไม่ควรเสวยสุข บนความทุกข์ของคนอื่น”
       มุนินทร์ตาแข็งกร้าว วีกิจพูดอย่างจริงจัง
       “ตา ผมไม่ได้พูดเพื่ออาภพหรืออานภา แต่ผมพูดเพื่อคุณ ผมไม่อยากให้คุณถลำลึกไปมากกว่านี้ สิ่งที่คุณทำอยู่มันอันตราย อานภาร้ายกว่าที่คุณคิด เขามีพรรคพวกที่จะทำอะไรก็ได้ อย่างวันนั้นที่ฟิตเนสที่คุณไปว่ายน้ำกับอาภพ” มุนินทร์เลิกคิ้ว
       “คุณตามฉันไปเหรอ”
       “ครับ แล้วคนของอานภาก็ตามคุณไปด้วย ดีที่ผมแสดงตัวมันเลยตามคุณไปไม่ทัน”
       “ขอบคุณ ที่ช่วย”
       “อย่าเสี่ยงอีกเลยนะครับ”
       “แล้วจะให้ฝ่ายเขากระทำอยู่ข้างเดียว โดยฝ่ายฉันเป็นเหยื่อตลอดกาลหรือคะ”
       วีกิจไม่เข้าใจ ความขมขื่นพลุ่งขึ้น
       “นี่คุณรักอาภพ จนยอมแลกกับทุกอย่างเลยหรือ ไม่น่าเชื่อว่าคุณรักเขามากขนาดนี้”
       “ฉันทำได้ทุกอย่าง เพราะฉันเกลียดเขามากต่างหากค่ะ”
       “เหมือนที่เขาพูดกันใช่ไหมฮะ ที่เกลียดมากก็เพราะรักมาก”
       “ไม่ใช่ค่ะวีกิจ ฉันเกลียดมาก เพราะฉันเกลียดมาก”
       “ผมไม่เชื่อฮะ”
       “ฉันก็ไม่บังคับให้คุณเชื่อ”
       “ตา ผมเคยขอร้องให้คุณหยุด แต่คุณบอกขอเวลาคิดก่อนตอนนี้คุณจะตอบผมได้หรือยัง”
       มุนินทร์นิ่งไปนิดหนึ่งไหล่เหยียดตรง
       “คำตอบของฉันคือ ฉันหยุดไม่ได้ ขอโทษด้วยนะคะวีกิจ”
       “ไม่จำเป็นหรอกฮะ” วีกิจบอกอย่างหมางเมิน
       “จำเป็นซีคะ เพราะคุณยังเป็นเพื่อนฉันไม่ใช่หรือ”
       “ขอโทษเถอะฮะ ผมก็ต้องขอเวลาคิดดูก่อนเหมือนกัน” วีกิจย้อนกลับประชดประชัน มุนินทร์ยิ้มขื่นๆ “ผมมีเรื่องจะคุยเท่านี้ สวัสดีครับ”
       วีกิจเดินแยกมา มุนินทร์จะเรียกแต่เสียงแหบแห้งไป วีกิจเดินจากมาด้วยน้ำตารื้น มุนินทร์น้ำตาไหลพราก วีกิจเองก็น้ำตาไหลพรากเช่นกัน
       
       หลายวันต่อมาที่ร้านนมปั่นหน้าสถาบัน ต้องแต่งชุดนักเรียนนั่งตรงข้ามกับแจ็คที่เลิกเรียนหนังสือแต่งตัวแบบเด็กฮิปฮอพ ตรงหน้าเป็นนมกับขนมปัง
       “นี่แกเลิกเรียนแล้วจริงๆ เหรอ” ต้องถามแจ็ค
       “ต้องเรียนไปทำไม เสียเวลาหาเงินเปล่าๆ”
       “ขายยาเนี่ยน่ะหรือ”
       แจ็คสะดุ้ง เหลียวซ้ายแลขวา
       “เบาๆ หน่อยซีจ๊ะ นี่มันร้านขายนม เด็กดีเขานั่งกัน”
       “แกก็รู้ว่านมร้านนี้ใส่เหล้าด้วย”
       แจ็คอมยิ้ม เอาซองยามาวางลงบนโต๊ะ ต้องมองดูมีแววสับสนอลหม่าน
       “ของเยอะ จ่ายสด”
       “ยังไม่มี ขอไว้ก่อน” แจ็คทำตาเยิ้ม
       “ได้ แต่รีบนะ เดี๋ยวนายทวง”
       ต้องกำซองยาไว้ ดวงตามีแววขมขื่น
       
       ที่ห้องกินกาแฟของบริษัทซีเอ็มซีคอนซัลติ้ง ลูกศรและมุนินทร์นั่งจิบกาแฟ ณัฐดนัยยืนหัวโต๊ะ
       “พรุ่งนี้มีนัดเอ็นเตอร์เทนลูกค้าเกาหลี เชิญคุณสองคนด้วย”
       “ทำไมคะ”
       “ก็ออฟฟิศเรามีแค่คุณสองคนที่พอเป็นชื่อเสียงให้ประเทศชาติได้น่ะซี”
       “โอเคค่ะ เพื่อศักดิ์ศรีของประเทศ”
       “คุณด้วยนะ มุนินทร์”
       “แค่เลี้ยงดูอย่างเดียว คงไม่มีปูเสื่อด้วยนะคะ”
       มุนินทร์ถามหน้าตาเฉย ณัฐดนัยโบกมือ
       “ไม่ว่ายังไง ผมจะไม่ให้ไอ้คิมมันมาชีกอกับคุณสองคนหรอก ถ้ามันทะลึ่งผมจะเตะมันเอง” ณัฐดนัยทำตาหวานกับสองสาว
       “ต๊าย ทำตาหวานกับเธอด้วย” ลูกศรบอก
       “บอสหวานกับเราทั้งคู่ต่างหาก รู้สึกว่าจะหวานกับเธอมากกว่าฉันอีกนะ” มุนินทร์แย้ง
       “คงเพราะเขารู้ว่าเธอมีคุณวีกิจแล้วมั้ง” มุนินทร์หน้าสลดลง
       “อย่าพูดถึงเขาเลย ฉันไม่ได้เจอเขามาหลายวันแล้ว”
       “ทะเลาะกันหรือ เล่าเร็วเล่า”
       “ก็ไม่มีอะไร แค่เขาขอให้ฉันเลิกยุ่งกับอาเขา แต่ว่าฉันยังเลิกไม่ได้”
       มุนินทร์พูดหน้าตาเฉย ลูกศรลืมตาโพลง
       “นี่เธอคบทั้งอาทั้งหลานเชียวเหรอ ฉันไม่คิดเลยว่าเธอ”
       “จะเลวขนาดนี้ใช่ไหม”
       “เลวอะไร เลิศ เริ่ด เจิดที่สุด ยุคนี้ละครควรจะมีเรื่องผัวน้อย ผัวหลวง ผัวบำเรอได้แล้ว”
       
       “นี่เธออย่ามาทำให้ศีลธรรมอันดีงามของประเทศนี้เสื่อมทรามนะ”

 เย็นวันเดียวกันนั้นที่ห้องโถงโต๊ะสนุกเกอร์บ้านเจนภพ นพนภาเอะอะเข้ามาที่ห้องสนุกเกอร์ แต้ว ยายแหวงกำลังทำความสะอาดห้องอยู่ถึงกับสะดุ้ง

        
       “นังแต้ว ยายแหวง”
       “ขา / มีอะไรคะคุณ”
       “เงินฉันใส่ลิ้นชักไว้สองหมื่นเจ็ด มันหายไปไหน”
       “ไม่ทราบค่ะ”
       “ยายแหวง”
       “อิฉันก็ไม่ทราบค่ะ อิฉันอยู่แต่ก้นครัว”
       ต่อนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องทีวี เข้ามาสมทบ
       “เงินหายอีกแล้วเหรอครับ”
       “ใช่ หายอีกแล้วไม่รู้ใครขโมย”
       “จะมีใครล่ะครับ ก็พ่อนั่นแหละ”
       “แม่ก็ว่าอย่างงั้น เจ็บใจนัก ไอ้ผัวขี้ขโมย”
       “หักเงินเดือนพ่อเลยซีครับ รถก็ไม่ให้ใช้”
       “อย่าถึงขนาดนั้นเลยลูก”
       “แล้วจะปล่อยไปอย่างนี้หรือครับ”
       “แม่พยายามจะปล่อยวางน่ะลูก พี่สร้อยเตือนไว้...”
       ขณะนั้นต้องแอบฟังอยู่ สีหน้าต้องสลดลงเพราะเป็นคนขโมยเงินแม่ไปเอง
       
       มุนินทร์แบกกระเป๋าใส่ชุดวอร์มออกมาจากฟิตเนสเดินตรงไปยังลานจอดรถ ไฟสลัวและเสาที่เรียงรายเป็นระยะทำให้บรรยากาศมืดทะมึน มุนินทร์เดินมาจนเกือบถึงรถสปอร์ต ทันใดมีร่างสูงใหญ่โผล่พรวดมาล็อคไว้ กดตัวมุนินทร์กับเสา เอามีดคมวาวจ่อคอ มุนินทร์ตัวชาพยายามระงับสติ มองดูหน้ามันเห็นรอยแผลเป็นยาว
       “แกต้องการอะไร ถ้าเอาเงิน ฉันจะหยิบให้แล้วก็ไปซะ”
       “ฉันอุตส่าห์มาดักรอที่นี่ทุกวัน จะให้ไปง่ายๆ ได้ยังไง”
       “ดักรอ ยายคุณนายสั่งมาใช่ไหม”
       “ถึงไม่สั่ง ฉันก็มาเองอยู่แล้ว เธอดูสวยขึ้นนะ เชฟก็ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน”
       ปุ๊ลูบไล้สะโพกมุนินทร์ มุนินทร์เริ่มเดาได้
       “คราวนี้เขาสั่งแกมาว่ายังไงหรือ”
       ปุ๊ตวัดมุนินทร์มาแนบตัว หลังมุนินทร์ทาบทับบดเบียดกับด้านหน้าปุ๊ ปุ๊เอามีดจ่อคอ
       “สวยไปทั้งตัว งั้นสิ ผัวยอมทิ้งเมียมาขึ้นสวรรค์กับเธอ”
       “แล้วแกอยากขึ้นสวรรค์บ้างไหมล่ะ ไปซี ในรถฉันก็ได้นะ”
       ปุ๊งงงัน มุนินทร์มีสีหน้าขยะแขยงวูบหนึ่งแล้วพลันทำท่ารัญจวนใจ เข้าเบียดหลังกับแผงอกปุ๊ ปุ๊ลังเลดันตัวมุนินทร์ให้หันมาเผชิญหน้า มุนินทร์มองให้ท่าเข้าไปในดวงตาใต้แว่นดำแล้วพลันรูดซิปแจ็กเก็ตที่ใส่ลงครึ่งหนึ่ง เห็นผิวขาววอมแวม
       “รู้ไหมว่าข้างใต้แจ็กเก็ต ฉันไม่ได้ใส่อะไรเลย”
       ปุ๊พลันเผลอสติ มือมุนินทร์รูดซิปแจ็กเก็ตลงอีก อีกมือล้วงไปในกระเป๋าของเสื้อ ปุ๊ยื่นมือมาราวจะล้วงเข้าไปในเสื้อ ทันใดมุนินทร์ก็ตาวาวกระทืบส้นสูงลงบนรองเท้ามัน ส้นแหลมของรองเท้าไฮฮีลทะลุลงในรองเท้าปุ๊ ปุ๊ร้องโอ๊ย มุนินทร์ตวัดมือเอาที่ชอร์ตไฟฟ้าจี้คอมัน ปุ๊ผงะเกร็งล้มหงายลงกับพื้น มุนินทร์เหยียบมือมีดกระเด็นหลุด มุนินทร์เตะมีดกระเด็นไป แล้วเตะมันอย่างแรง 2-3 ครั้ง แล้วดึงประตูรถแถวนั้น สัญญาณกันขโมยทำงาน ไฟกระพริบเสียงสัญญาณดังสนั่น รปภ. 2 คนกับลูกศรวิ่งมาแต่ไกล
       “ตรงนั้นค่ะ”
       มุนินทร์ขยับถอย ปุ๊รวบรวมกำลังมันมองมุนินทร์อย่างเจ็บแค้นก่อนจะวิ่งหนีกระเจิงไป มุนินทร์ขยับออกมา ลูกศรกับ 2 รปภ.วิ่งมาถึง
       “ผู้ร้านปล้นชิงทรัพย์ค่ะ มันหนีไปแล้ว”
       รปภ.เป่านกหวีดเริ่มตามหา ลูกศรตื่นเต้นมองดูมุนินทร์ มุนินทร์ไม่ตกใจตาวาววับด้วยความแค้น
       “อะไรกันนิน”
       “ฉันเกือบถูกข่มขืนน่ะซี”
       “หา มีเรปิสต์มาดักเหยื่อ กลางโรงแรมห้าดาวอย่างนี้เชียวหรือ”
       “ไม่ใช่เหยื่อทั่วไปหรอก มีคนส่งมันมาจัดการฉันโดยตรงต่างหาก”
       
       อีกด้านหนึ่งที่บ้านเจนภพ นพนภานั่งดูเอกสารอยู่ที่โซฟา ต่อนั่งวาดรูปเล่น นพนภาดูผลงานของต่อ
       “สวยจัง” นพนภาเอ่ยชม
       “นี่ล่ะครับ ที่ผมจะเอาไปโชว์ถ้าได้คัดเลือกไปเรือเยาวชนจริงๆ”
       “ดีจ้ะ” 
       ต้อมนั่งแหกขาอยู่ที่พื้น มีขนมอยู่ที่หว่างขา ตาจ้องดูทีวีเขม็ง แต้วกับยายแหวงมานั่งจ้องทีวีด้วย ที่จอโทรทัศน์ขึ้นว่า รายการ 13+ ไม่เหมาะกับเด็กและเยาวชน นพนภาเหลือบดูจอทีวีพลางบ่น
       “ต๊าย เรื่องนี้เองหรือ ตอนสร้างครั้งแรกฉันแค่ 8 ขวบ ฉันก็ดู โตขึ้นมาก็ไม่เห็นเป็นไร”
       “ค่ะ ออกจะเป็นคนดี” แต้วบอก
       
       มุนินทร์มีสีหน้าเคียดแค้น นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานในคอนโด กำลังคิดหาทางเล่นงานนพนภากลับ แต่เสียงเตือนของวีกิจยังแว่วมา
       “ตา ผมไม่ได้พูดเพื่ออาภพหรืออานภา แต่ผมพูดเพื่อคุณ ผมไม่อยากให้คุณถลำลึกไปมากกว่านี้ สิ่งที่คุณทำอยู่มันอันตราย อานภาร้ายกว่าที่คุณคิด เขามีพรรคพวกที่จะทำอะไรก็ได้ อย่าเสี่ยงอีกเลยนะครับ”
       มุนินทร์สับสนในใจ แต่แล้วก็หยิบมือถือขึ้นมาด้วยสีหน้าเด็ดเดี่ยว พยายามลืมคำเตือนของวีกิจทั้งหมด
       
       โทรศัพท์บ้านเจนภพดัง แต้วอารมณ์เสียเพราะกำลังมันกับละคร ตาจ้องโทรทัศน์ มือควานรับโทรศัพท์อย่างเสียไม่ได้
       “ฮัลโหล บ้าน ผ.อ.เจนภพค่ะ”
       “ไปเรียน ผ.อ.ว่า คุณนายหมายเลข 2 โทรมา”
       “คุณนายหมายเลข 2 ใครวะ”
       ทันใดแต้วก็นึกออก เอามือปิดปากกระบอกโทรศัพท์ลดลง
       “ว๊าย อีเมียน้อย”
       นพนภามองดูจอโทรทัศน์เห็นเมียน้อยขยับผ้าแถบยั่วเจ้าคุณอยู่ก็ตาขุ่น
       “ต๊าย นังบ้า ติดละครซะเป็นบ้า” นพนภาต่อว่าแต้ว
       “ไม่ใช่ค่ะ อีเมียน้อยมันโทรมาขอสายคุณผู้ชาย”
       เพียงเท่านั้นละครโทรทัศน์ก็หมดความหมาย ยายแหวงหันขวับ ต้อมหมุนตัวมา ต่อลุกขึ้นมาเกาะแขนนพนภาที่นั่งตัวแข็ง
       “แม่ฮะ ทำไงดี”
       “มันอยากพูดกับพ่อแกก็ให้พูดซี อยู่ที่ห้องเล็กไม่ใช่หรือให้รับในนั้น”
       “ค่ะ” แต้วยกหูขึ้น “เอ้อ ขอโทษค่ะ เดี๋ยวนะคะ ตามหาผัว เอ๊ย หาคุณผู้ชายก่อนค่ะ”
       นพนภาตัวสั่น ต่อบีบแขนแม่
       “หนูไปเรียกเอง คุณพ่อขา อีเรยาโทรมาค่ะ”
       ต้อมวิ่งออกจากห้อง แต้วยื่นโทรศัพท์ให้นพนภา นพนภารับมาแนบหูช้าๆ แต้วยื่นหน้ามาฟังด้วย
       “อ้อ เขารับสายแล้ววางหูด้วยนะคะ อย่าเสียมารยาทแอบฟังล่ะ ผัวเมียเขาจะออดอ้อนกัน”
       นพนภาเงื้อโทรศัพท์จะปาแล้วชะงักลดลง พยายามทำตัวแวว ดร.วิกันดา แต่ตัวสั่น ตาวาว กระแทกหูโทรศัพท์ลง
       “แม่ครับ ปล่อยมันทำไม ห้ามพ่อซีครับ”
       “ไม่ แม่ปล่อยวางแล้ว ถ้าสานต่อมันก็ไม่จบสิ้น แล้วคนที่ทุกข์ที่สุดก็คือแม่ แม่ไม่สนใจอีกแล้วต่อ”
       
       นพนภาน้ำตารื้น ต่อกอดแม่ไว้อย่างสงสาร แต้ว ยายแหวงพลอยสลดไปด้วย

 บนถนนสายโลกีย์ที่มีทั้งอาบอบนวด ผับ คาเฟ่ ม่านรูดเป็นทิวแถว ไฟนีออนระยิบระยับฉูดฉาดบาดตา รถเบนซ์ของเจนภพแล่นมา

       
       เจนภพแต่งตัวหล่อท่าทางภาคภูมิเดินเข้ามาในล็อบบี้ของโรงแรมหรูพบมุนินทร์นั่งรออยู่ก่อนแล้ว เธอสวมเสื้อแจ็กเก็ตทับชุดที่ใส่ไว้
       “ตา”
       “คะ ผ.อ.”
       “สวยขึ้นทุกวัน แต่ทำไมทำแบบนี้”
       “อะไรคะ”
       “ตาโทรไปเบอร์บ้าน ตั้งใจยั่วโทสะเขาใช่ไหม”
       “ค่ะ เขาจะได้ตัดสินใจหย่าเร็วๆ น่ะซีคะ”
       “คงไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก แหม ตาช่วงนี้เขาไม่ว่าผม ไม่โวยวาย ไม่อาละวาด เมื่อกี้ออกมาเขาไม่มองด้วยซ้ำ”
       “อ๋อ เมียหลวงแบบ ดร.วิกันดา ผู้ดีเขาต้องทำแบบนี้ล่ะค่ะ สามีจะได้เกรงใจ แต่คุณไม่เห็นเกรงใจเลยนะคะ เอ แอร์ที่นี่ยังไงทำไมไม่เย็นเลย”
       “อะไร นี่ผมว่าหนาวแล้วนะ”
       “ไม่จริงค่ะ ฉันร้อนจะตาย”
       ขาดคำมุนินทร์ก็ถอดเสื้อแจ็กเก็ตออก เห็นชุดตัวในเป็นผ้าบางทะลุปรุโปร่งมีลักษณ์เป็นเอี้ยมคล้องคอ เปลือยหลัง มีลวดลายมาปิดจุดสำคัญ เห็นชัดว่าไม่มีชั้นใน กระโปรงนั้นก็สั้นอย่างไม่น่าเชื่อ
       “โอ้โห นี่ชุดอะไร”
       “ชุดดีไซน์เนอร์ค่ะ แพงมาก แต่กลับให้ผ้ามานิดเดียว”
       เจนภพยิ้มขบขัน
       “ผ.อ.หิวหรือยังคะ กินอะไรดี”
       “ถ้าถามผม ตอนนี้ผมก็อยากกินแต่ตาเท่านั้น” มุนินทร์เลิกคิ้ว
       “ตายจริง ฉันไม่ใช่ของหวานนะคะ”
       “ตาน่ะหวานกว่าอะไรทุกอย่างในโลกอยู่แล้วล่ะ”
       “นึกออกแล้ว”
       “อะไรอีกล่ะ”
       “ฉันนึกออกแล้วว่าจะไปที่ไหน ผ.อ.คะ เราไปที่ที่ ผ.อ.เคยพาตาไปฉลองวันเกิดดีไหมคะ”
       “ร้านนั่นน่ะหรือ จะหลอกให้ผมไปเจอนภาอีกรึเปล่า”
       “ไม่ใช่ค่ะ ฉันหมายถึงที่ที่ไพรเวซี่กว่านั้น”
       “จริงหรือตา”
       “เอาห้องเดิมด้วยนะคะ”
       “โธ่ มันจะว่างหรือเปล่าก็ไม่รู้”
       “ว่างซีคะ ฉันเพิ่งโทรไปจองเมื่อเย็นนี้เอง”
       เจนภพเกือบอ้าปากค้าง มองมุนินทร์แล้วเหยียบคันเร่งรถพุ่งทะยานไป
       
       โรงแรมม่านรูดที่เจนภพเคยพามุตตามาหาความสุข รถเจนภพดิ่งตรงไป มุนินทร์มองดูโรงแรมม่านรูดที่ใกล้เข้ามามีแววสะเทือนใจบางอย่างผุดขึ้น เจนภพยิ้มกริ่ม ไฟนีออนทาบมาบนกระจกหน้ารถทาบลงบนใบหน้ามุนินทร์ แววสะเทือนใจจางลงกลายเป็นแววเอาคืนที่เหี้ยมเกรียม
       
       รถเจนภพเลี้ยวปราดเข้าในซองพนักงานวิ่งมารูดม่าน เจนภพขยับตัวพิงประตูมองดูมุนินทร์เต็มตา
       “ถึงแล้ว”
       “ผ.อ. มีลูกสาวไหมคะ”
       “อ้าว ตาก็เคยเจอแล้วนี่ คนโตอายุสิบเจ็ด คนเล็กก็แปดขวบ”
       “แล้ว ผ.อ.กลัวลูกสาวถูกพาเข้าม่านรูดแบบนี้ไหมคะ” เจนภพสะอึก
       “ตา พูดอะไร”
       “ฉันพูดถึงโลกปัจจุบันนี้ไงคะ โลกที่มีม่านรูดอยู่ทุกหัวระแหง มีสิ่งมอมเมานับไม่ถ้วน แล้วก็มีสื่อลามกที่กดคลิกเดียวก็ดูได้แล้ว”
       “ตา”
       “โลกที่มีผู้ชายมักได้กับผู้หญิงหน้าโง่ หรือไม่ในทางกลับกันก็มีผู้หญิงร่านกับผู้ชายรักสนุก”
       “ตา หยุดพูดเลอะเทอะซักที”
       “พ่อฉันจะว่ายังไงนะเนี่ย ที่ลูกสาวถูกพาเข้าม่านรูดเป็นรูทีนขนาดนี้”
       เจนภพขบกรามลงจากรถไปเปิดประตูข้างมุนินทร์ คว้าข้อมือหญิงสาวดึงลงมา
       “คุณบอกให้ผมพามาเอง แล้วจะเล่นตัวทำไมอีก”
       “ฉันต้องเล่นตัวก่อนซีคะ ต่อไปค่อยเล่นงานคุณ”
       เจนภพเข้าใจไปอีกอย่างหัวเราะออกมา มุนินทร์ปลดมือออกแล้วเดินนำไป เจนภพเดินตามไปพลางยิ้มมั่นใจ
       
       มุนินทร์ก้าวเข้าไปในห้องแล้วหยุดยืนกลางห้อง เจนภพตามมามองดูรอบๆ
       “ดูซีตา เหมือนเดิมทุกอย่างเลย”
       “ไม่ทุกอย่างหรอกค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉัน”
       มุนินทร์ก้าวไปมองดูกระจกเงาที่ผนัง ภาพสะท้อนของตนเองมองตอบมา มุนินทร์น้ำตาเอ่อขึ้น เงาที่มองตอบพร่าเลือนด้วยม่านน้ำตา เลือนไปกลายเป็นมุตตาในชุดเจ้าสาวที่ไม่เคยได้สวมใส่ในพิธีใดๆ มองตอบมาอย่างโศกเศร้า
       “ตา”
       มุนินทร์กระพริบตา ภาพลวงจางไป มุนินทร์เชิดหน้าราวให้น้ำตาไหลย้อนกลับไปภายใน แล้วหันกลับมาเปลี่ยนท่าทีเป็นยวนยั่วเหมือนเดิม
       “ให้ตาย เมื่อกี้ตาทำท่าเหมือนผีหลอก”
       “ผีหลอกก็ดีกว่าคนหลอกไม่ใช่หรือคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคน “แก่” หลอก”
       “ผมหลอกอะไร ตา ฮึ”
       “ก็ฉันหิวจะตาย อยากกินข้าวก่อนแต่คุณกลับอยากกินฉันแทน”
       “ผมอยากกลืนตาเข้าไปทั้งตัว”
       เจนภพโอบกอด มุนินทร์ปลดมือเดินไปนั่งเตียงไขว่ห้างหยิบโทรศัพท์หัวเตียงมา
       “โทรไปสั่งของกินก่อนเถอะค่ะ นโปเลียนว่าไว้ว่ากองทัพเดินได้ด้วยท้อง”
       “มันเกี่ยวอะไรด้วยฮึ” เจนภพหัวเราะ
       “ก็เดี๋ยวเราจะทำสงครามกันไงคะ สงครามครั้งใหญ่ด้วย”
       
       เจนภพหัวเราะชอบใจ ไม่เห็นแววตาเหี้ยมเกรียมของมุนินทร์

   มุนินทร์นั่งระทดระทวยบนโซฟารินเหล้าลงแก้วให้เจนภพซึ่งนั่งตรงกันข้าม บนโต๊ะเตี้ยตรงหน้ามีอาหาร 3-4 จาน แต่ละจานพร่องไปนิดๆ หน่อยๆ

       “ดื่มอีกนิดซีคะ”
       
       “นี่จะมอมเหล้าผมอีกแล้วหรือนี่”
       “โถ มุขเก่าไปแล้วค่ะ ฉันมีอย่างอื่นเล่นที่สนุกกว่านั้น ดื่มซีคะ”
       “เพื่ออะไรดี”
       “เพื่อไว้อาลัยให้ความสาวของตาที่ถูกคุณทำลายในห้องนี้ซีคะ”
       “ไม่มีใครทำลายใครซักหน่อย เรารักกันมากเกินกว่าจะเก็บเอาไว้ต่างหาก” เจนภพขยับลงจากสตูลคิดว่า “มุตตา” จะกระเถิบให้แต่มุนินทร์นอนเฉย เจนภพเลยกลายเป็นคุกเข่าลงกับพื้น “ตา แต่งตัวแบบนี้แล้ว ตาสวยเหลือเกิน”
       “ถ้าอย่างงั้น คืนนี้ก็อย่าพยายามถอดมันออกนะคะ”
       เจนภพมันเขี้ยวโน้มตัวจูบซอกคอ มุนินทร์ผลักเต็มแรง เจนภพล้มจ้ำเบ้ากับพื้น
       “โอ๊ย นี่อะไรกันนี่”
       มุนินทร์ลุกขึ้นกรายผ่านเจนภพ กระโปรงแทบระหัว
       “ไปอาบน้ำก่อนเถอะค่ะ กลิ่นคุณน่ะมันเกินเซ็กซี่แล้วนะคะ”
       “ก็ตาน่ะซี เร่งให้ผมออกมาได้อาบน้ำซะที่ไหน”
       มุนินทร์ปาผ้าเช็ดตัวมาโปะหน้าเจนภพ
       “ล้างเนื้อล้างตัวซะนะคะ แต่คงล้างได้แค่ร่างกาย ล้างบาปล้างกรรมคงไม่ได้”
       เจนภพนิ่วหน้าแต่ไม่อยากต่อล้อต่อเถียง คว้าผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำไป มุนินทร์หยิบมือถือมากดโทรออก
       “ฮัลโหล คุณนพนภาหรือคะ ฉันเป็นใครน่ะหรือคะก็ผู้หวังดีน่ะซีคะ”
       
       นพนภาพูดมือถืออยู่ที่บ้าน เสียงมุนินทร์ถูกแปลงอีกตามเคย
       “เขาไปทำระยำตำบอนที่ไหน ฉันไม่อยากรู้”
       “แล้วไม่อยากรู้หรือคะว่าเขากับนังเมียน้อย ประกาศอะไรไว้ในงานปาร์ตี้”
       “ไอ้อีสองตัว มันว่าอะไร”
       “ก็บอกว่าถ้าหย่าก็จะได้สมบัติคุณครึ่งนึง ไม่ต้องเหนื่อยยากทำมาหากินก็หลอกเมียหน้าโง่ได้”
       นพนภาตัวสั่นด้วยความโกรธจัด
       “แล้วมันว่าอะไรอีก”
       “เฮ้อ นักธุรกิจไหนๆ เขามีผัว เขาไม่จดทะเบียนสมรสกันหรอกนะคะดูอย่างนายกซีคะ”
       “แกอย่าแส่ ปาร์ตี้มันอยู่ที่ไหน”
       “โถ ปาร์ตี้เลิกแล้วค่ะ ตอนนี้เข้าไปอยู่หลังม่านรูดได้เกือบชั่วโมงแล้วเมื่อกี้ก็นุ่งผ้าเตี่ยวผืนเดียววิ่งไล่จับกันออกมานอกม่าน”
       “ว้าย”
       “อุ๊ย ครางอีกแล้วค่ะ ตายดังออกมานอกถนน อ้าว นั่นบ๋อยปีนห้องดูกันสลอนเชียวค่ะ ต๊าย เอามือถือถ่ายไว้ด้วย”
       นพนภาเลิกทำวิกันดา ร้องกรี๊ด ปาแจกันไปกระแทกฝาแตกกระจาย
       
       เจนภพเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วงงงันไปเมื่อเห็นมุนินทร์ถือไม้ขีดก้านยาว เดินจุดเทียนหอมระเหยตามมุมนั้นมุมนี้ แสงสว่างแพรวพราวขึ้นทั้งห้อง ไฟในห้องถูกดิมลง เกิดเงาวูบวาบตามผนัง
       “ตา ทำอะไร”
       “จุดเทียนเรียกวิญญาณมั้งคะ แหม ห้องนี้สวยจัง ดูแล้วยังกะบูติกโฮเทล แต่ที่แท้ก็ม่านรูดคาวคลุ้ง เหมือนกับคนที่ฉากหน้างดงามแต่เนื้อแท้ก็อัปลักษณ์สิ้นดี”
       “ตา”
       “คุณทำผิดเอาไว้มากรู้ไหมคะ คุณต้องโดนลงโทษยังไงถึงจะสาสม”
       “ผมเบื่อจะพูดกับคุณแล้ว” เจนภพโผมากอด มุนินทร์ผลักเจนภพล้มหงายไปบนเตียง แล้วเธอก็ก้าวขึ้นนั่งบนตัวเจนภพ “ตา นี่เล่นอะไรนี่”
       “ใครบอกว่าเล่นคะ ฉันเอาจริงต่างหาก”
       มุนินทร์เอาเชือกผ้าเป็นเกลียวผูกข้อมือเจนภพกับเสาทองเหลืองหัวเตียง เจนภพตาโต
       “ตา ให้ตายเถอะ เชือกหรือตา”
       มุนินทร์เอาเชือกอีกเส้นผูกมืออีกข้างของเจนภพกับเสาอีกด้าน เจนภพตื่นเต้น
       “ค่ะ เชือกแบบที่ผูกคอตา”
       “ไม่ยักรู้ว่าตาชอบแบบนี้ด้วย”
       “นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้นค่ะ”
       มุนินทร์ขยับจากตัวเจนภพ คว้าเทียนเล่มใหญ่มา เจนภพผวา
       “ตา”
       “ทำไมคะ”
       “มันร้อนนะตา”
       “ค่ะ กิเลสตัณหาเป็นของร้อน แต่คุณก็เติมเชื้อให้มันลุกโพลงอยู่เสมอไม่ใช่หรือ”
       “ตา” มุนินทร์เทน้ำตาเทียนราดรดบนหน้าอกเจนภพ เจนภพดิ้นพราดๆ “ตา หยุด”
       น้ำตาเทียนแห้งแข็งติดบนหน้าอกเจนภพ เจนภพเจ็บปวดลดลง มองมุนินทร์กึ่งกลัวกึ่งกล้า
       “ก็ได้ค่ะ ฉันมีอย่างอื่นให้คุณอีก”
       “อะไร”
       มุนินทร์มายืนข้างเตียง สะบัดแส้หนังราวนางแมวป่า แส้แหวกอากาศควับเควี้ยว
       “ตา ไม่เอา นี่ผมชักไม่สนุกแล้วนะกับเกมนี่”
       “ตาก็คงไม่สนุกกับเกมของคุณเหมือนกัน”
       มุนินทร์สะบัดแส้ใส่เจนภพ แม้ไม่แรงแต่ปลายแส้กระทบตัวเป็นรอยแดงขึ้นเป็นแนวตามตัว เจนภพดิ้นบิดไปบิดมา
       “ตา ไม่เอาตา เจ็บ”
       มุนินทร์หยุดมือวางแส้ลง
       “ถ้าหวาดเสียวนัก ก็ปิดตาซะเถอะค่ะ”
       มุนินทร์เอาผ้าแถบยาวมาผูกตาเจนภพฉับ เจนภพเอียงหน้าหนีผ้า
       “ตา อะไรอีก”
       “รออีกนิดนะคะ รับรองว่าคุณจะได้จำไปจนวันตาย”
       เจนภพมองดูเห็นมุนินทร์ยิ้มเหี้ยมเกรียม มุนินทร์ขยับผ้าให้ปิดตาเจนภพทุกอย่างมืดลง
       
       เจนภพนอนกระสับกระส่าย น้ำตาเทียนพอกตัว แขน ขา คาง แก้มมีรอยแส้ เจนภพพยายามดิ้นแต่ไม่หลุด
       มีเสียงคนเคลื่อนมาใกล้ เจนภพฝืนยิ้ม
       “ทำไมช้าจัง ตา”
       มือขาวเล็บสีสดกระชากผ้าผูกตาออก เจนภพยิ้มแล้วผงะเมื่อเห็นนพนภายืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า
       “นภา มาได้ยังไง”
       นพนภากวาดตาดูเจนภพ บ๋อยสองคนเข้ามายืนลังเลอยู่ นพนภาโกรธจนตัวสั่น
       “ทุเรศ ลามก วิปริต”
       นพนภาก้าวไป สะดุดของที่พื้นล้มก้นจ้ำเบ้าแล้วพบว่าตัวเองอยู่บนของสิ่งละอันพันลามก ไม่ว่าจะเป็นชั้นในกินได้ อวัยวะเทียม ไวเบรเตอร์ลูกแก้ว
       “ว้าย” นพนภาตะกายลุก
       “นภา แก้ผ้า แก้เชือกให้ผมก่อน”
       “สั่งกับมันทั้งคืนจนเคยปากเลยใช่ไหมถึงมาสั่งฉัน ไหนๆ มันอยู่ไหน”
       นพนภากวาดตามอง ห้องน้ำเปิดอยู่น้ำไหลนองบ๋อยวิ่งเข้าไปปิด
       “ไม่มีใครครับ”
       นพนภาก้าวมองหา เตะชั้นในขาดให้พ้นทาง แล้วเห็นลิปสติกเขียนที่กระจกเงา “มาช้าไปนิดนะคะ คุณนายโบท็อกซ์” นพนภาร้องวี๊ด คว้าโคมไฟขึ้นปาใส่กระจกเงาแตกกระจาย บ๋อยสองคนร้องอุทาน
       “คุณนาย”
       นพนภาหันกลับมาจับโต๊ะกระจกพลิกเหวี่ยง จานอาหาร แก้ว ขวดเหล้า โต๊ะแตกกระจาย
       “คุณนาย ทำอย่างงี้ไม่ได้”
       “ทำไมจะไม่ได้”
       นพนภาเอาเงินปาใส่หน้าบ๋อยคนหนึ่ง บ๋อยตะครุบไว้เห็นเป็นเงินปึกใหญ่ นพนภาเดินมาหาเจนภพเท้าสะดุดแส้ที่ตกอยู่ที่พื้น นพนภาหยิบมา
       “มัดมือ แส้เฆี่ยน เทียนลน”
       นพนภาตวัดแส้ฟาดเจนภพขวับๆ เจนภพร้องดิ้นพราด ปลายแส้ตวัดไปโดนเทียนไขล้ม เทียนเล่มหนึ่งล้มไปติดผ้าม่านบางไฟลุกพรึ่บ ลามไปติดม่านหนา เจนภพร้อง สองบ๋อยตะลึง
       “เฮ้ย แก้เชือกก่อน”
       
       บ๋อยคนหนึ่งกระโจนขึ้นเตียงไปแก้มัดให้เจนภพ อีกคนวิ่งเอาน้ำจะมาดับไฟ แต่ไฟเริ่มลาม นพนภาเดินออกจากห้องโทสะโหมท่วมกว่าไฟ

   รถเบนซ์ของเจนภพจอดอยู่ด้านนอก นพนภาคว้าไม้เบสบอลตรงรี่ไปยังรถเบนซ์แล้วทุบกระจกหน้าแตกกระจายอย่างบ้าคลั่ง  แล้วฟาดกระจกส่องข้าง  แล้วเดินวนทุบทั่วรถ เจนภพวิ่งออกมาพร้อมปิคมี่ พนักงานของโรงแรมที่มุนินทร์จ้างไว้และบ๋อยทั้งสองรั้งเจนภพไว้ แต่เจนภพสะบัดหลุด  เจนภพเข้าห้ามนพนภา นพนภาเหวี่ยงไม้ฟาดเข้าไหล่เจนภพ  เจนภพล้มไป  นพนภาฟาดรถต่อเนื่อง ปิคมี่ได้โอกาสแอบหยิบมือถือมาถ่ายทั้งหมดเอาไว้ 

       
       ภาพนพนภากลายเป็นภาพในจอของกล้องดีวีดี  ตรงหน้าม่านรูดในมุมมืด  รถของมุนินทร์จอดอยู่ มุนินทร์นั่งอยู่ตอนหน้ามีคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ควางบนเบาะข้าง  ในมือมุนินทร์มีกล้องดีวีดีกำลังซูมภาพถ่ายนพนภาที่ทุบรถเหมือนคนบ้า กลุ่มพนักงานชายสามคนวิ่งออกมา เจนภพสั่งการให้หยุดนพนภา ทั้งสามเข้าแย่งไม้  ยึดร่างนพนภาไว้  นพนภาดิ้นรนส่งเสียงเอะอะลั่น  ปิคมี่แอบถ่ายไว้ได้ตลอด มุนินทร์มองอยู่ในรถด้วยความสะใจท่ามกลางความวุ่นวาย  ปิคมี่วิ่งหลบมาที่รถมุนินทร์ 
       “ทุกอย่างเรียบร้อยครับ” ปิคมี่ชูมือถือ “ผมถ่ายไว้ได้หลายมุมเลย”
       “ภาพวงจรปิดล่ะ”
       “รับรองครับ ได้ทุกมุม เดี๋ยวผมส่งไปให้ว่าแต่ค่าใช้จ่าย “
       “ไม่ลืมหรอกน่า”
         มุนินทร์ส่งปึกเงินให้ ปิคมี่รับมาเปิดดูแล้วยิ้มชอบใจ รีบเก็บเงิน
       “งั้น ผมไปเล่นต่อนะ”  
       ปิคมี่วิ่งกลับไปที่เจนภพ นพนภา ที่บรรดาคนงานเข้ามาห้าม ปิคมี่เข้าไปเอะอะช่วยห้ามด้วย มุนินทร์ยิ้มก่อนจะบึ่งรถออกไป 
        
       วันรุ่งขึ้นที่บ้านเนตรนภิศ นภางค์มีผ้าก็อซปิดจมูก นพนภานั่งหน้าบึ้งบนโซฟา เนตรนภิศนั่งพัดวีให้
       “แกจะบ้าหรือไปทำลายข้าวของในโรงแรมเขาขนาดนั้น  จ่ายไปเท่าไหร่ล่ะ” นภางค์ต่อว่าลูกสาว
       “เป็นล้านค่ะ”
       “แล้วมันยังไง แกเข้าไปเห็นจะๆ คาตาเลยหรือ”
       “มันจับภพขึงพืดอยู่เหมือนหนังเอ็กซ์  น้ำตาเทียนเต็มตัว  กางเกงลิง  ชั้นใน กระจายเกลื่อน”
       “เออ  แล้วทำไมแกไม่ตีหัวผัวดันไปตีรถเบนซ์”
       “รถของหนู  หนูซื้อให้มันขับให้หนูนั่ง  ไม่ใช่ให้พาอีเสนียดเข้าโมเต็ล”
       “แล้วนังมุตตาล่ะคะ  มันหายไปไหน”
       “อีนี่มันนกรู้ พอฉันบุกไปมันก็เลยหนีไปทางหน้าต่างส้วม”
       “ผัวแกน่ะยิ่งกว่าปลาไหลใส่สเก็ต  พ่อแกน่ะหนุ่มๆ ก็ใช่ย่อย แต่พ่อแกสิบคนก็ยังอุบาทว์ไม่เท่าผัวแก”
       “ทำไมผัวยายนภิศถึงไม่ทุเรศแบบนี้ล่ะคะ”
       “แหม  หนูก็โชคดีอยู่เรื่องเดียวล่ะค่ะ”
       เนตรนภิศทำหน้าซื่อเสียงซื่อ  ดวงตาสะใจ
                   “นี่ยายนภา ถือว่าแกโชคดีแล้วล่ะ ที่เอาเงินปิดข่าวสนิท ฉันล่ะกลัวว่าไอ้โมเต็ลนั่นมันจะมีกล้องวงจรปิดถ่ายไว้หมด ทั้งแกทั้งผัว”
       “นั่นซีคะ  เดี๋ยวนี้ไว้ใจไม่ได้  ยิ่งไฮโซอย่างพวกเรายิ่งต้องระวัง แค่เราเข้าไปทำธุระในห้องน้ำมันก็แอบถ่ายเอาคลิปเราไปลงเน็ตหน้าตาเฉย เห็นกันไปทั้งโลก”
       นพนภาชักกลัวเหมือนกัน
        
       ที่กระทรวง อรพิมนั่งเชิดอยู่หน้าคอมพิวเตอร์กำลังเปิดอีเมล์ จอคอมพิวเตอร์บอกว่ามีคลิปส่งมา อรพิมกดโหลด ปริมกับรัชนกไปแจกซองผ้าป่า สองนางไร้ชื่อที่โต๊ะแล้วเดินมาทางอรพิมกับทิพอาภา
       “นี่ผ้าป่าของแผนกเรานะยะ จะไปทอดที่วัดดอกเงิน”
       “ว้าย นั่นชื่อวัดเหรอ”
       “ชื่อเป็นมงคลออกนะคะ ทำแล้วเงินไหลนอง ทองไหลมา”
       “ก็ได้ ฉันทำเต็มที่”
       อรพิมเปิดกระเป๋าดึงใบละพันมาคลี่หาปริมกับรัชนกทึ่งในที่สุดก็กรีดหาใบละยี่สิบใส่ซอง ปริมทำหน้าเหยียดหยาม  ส่วนทิพอาภาเอาแบงค์ร้อยใส่ซองจบอยู่เนิ่นนาน
       “อธิษฐานอะไรเป็นนานสองนาน”
       “ก็ขอให้ได้เจออะไรที่เป็นมงคล มีแต่ความเจริญตา  เจริญใจ”
       “จริงๆ นะ ตั้งแต่ฉันได้มักกลีผลวัดนี้มาบูชา ชีวิตฉันก็ดีขึ้นๆ ตลอด”
       “ต๊าย บูชามักกะลีผลเหรอ คิดว่าบูชาท่านปลัด”
       “หล่อนน่ะซี”
       ภาพในจอคอมพิวเตอร์โหลดเสร็จ  อรพิมคลิกเปิด ภาพในจอเป็นภาพชัดแจ๋ว ตอนแรกแบ่งจอเป็น 4 จอภาพ  เขียนว่า  Cam 1,2,3,4  ตามลำดับ  เป็นภาพจากมุมต่างๆ ของม่านรูด  ภาพมุมสูง  ภาพระยะปานกลาง  ภาพใกล้  เห็นผู้ชายบนเตียง
       “อะไรง่ะ”
       “ว้าย  ผู้ชายถูกมัดปิดตา  นุ่งผ้าเตี่ยวผืนเดียว”
       ขณะนั้นทุกคนลืมเลือนข้อบาดหมางเข้ามาสุมหัวดู  สองนางไร้ชื่อก็ลุกพรวดมาจอย
       “ต๊าย  หุ่นดี๊ดี ขอตั้งชื่อว่าเตี่ยวศักดิ์”
       “น่าจะแก้ผ้าออกนะ”
       “นังบ้า พูดออกมาได้เดี๋ยวก็เห็นเตี่ยวน้อยซียะ”
       “ฉันหมายถึงผ้าผูกตา จะได้เห็นหน้าชัดๆ”
       จากนั้นภาพก็กลายเป็นภาพเต็มจอจากมุมกล้องต่างๆ สลับไปมา ภาพในจอเป็นภาพใกล้ใบหน้าเจนภพที่ถูกผูกตา
       “เอ๊ะ หน้าคุ้นๆ นะคะ” รัชนกบอก ทันใดก็มีตัวละครใหม่พรวดเข้ามาในฉาก
       “เอ๊ะ อีนังคนนี้ก็คุ้น”
       แจงจิตเข้ามาจากข้างนอก
                   “ฉันกะอยู่แล้วว่าต้องมาสุมหัวดูคลิปลามก  ฉันเดินเข้ามานี่กำลังดูกันทุกห้องทุกแผนก ไหน มันยังไง  ว้าย”
       แจงจิตอ้าปากค้าง “นี่คุณนภานี่”
       “งั้นเตี่ยวศักดิ์ ก็ ผ.อ.น่ะซีคะ”
       
       ทุกคนร้องกรี๊ดพร้อมกัน

   ที่ห้องทำงานวีกิจก็กำลังดูคลิปเดียวกันนี้เหมือนกัน ภาพในจอคอมพิวเตอร์เห็นนพนภาเข้ากระชากผ้าผูกตา  เจนภพผวามีการโต้เถียง ประสิทธิ์ชัย  เลอลักษณ์  นักรบ  ฉกรรจ์  ยืนอ้าปากค้างภาพในจอคอมพิวเตอร์ นพนภาสะบัดแส้เฆี่ยนเจนภพ ประสิทธิ์ชัย  เลอลักษณ์  นักรบ  ฉกรรจ์  สะดุ้งสูดปากมีอาการคล้ายโดนเฆี่ยน

        
       ภาพในจอคอมพิวเตอร์ บ๋อยแก้มัดให้เจนภพ ประสิทธิ์ชัย  เลอลักษณ์  นักรบ  ฉกรรจ์  ตกใจเอามือทาบอก  ประสิทธิ์ชัยนึกได้เอามือลง
       ภาพต่อไป นพนภาออกมาทุบรถเบนซ์ ประสิทธิ์ชัยสูดปาก
        
       วีกิจเดินเข้าห้องมาเห็นประสิทธิ์ชัย เลอลักษณ์ นักรบ ฉกรรจ์  สุมหัวอยู่ที่คอมพิวเตอร์ ประสิทธิ์ชัยหันมา
       “เฮ้ย ไอ้กิจ เห็นหรือยัง คลิปอาเอ็งในม่านรูด”
       วีกิจใจหายวาบ
       “อะไรนะ”
       “มีแส้เฆี่ยน  เทียนลนด้วยนะโว๊ย”
       “กับใครวะ”
       “กับอานภาของเอ็งว่ะ  โอ้โห  อานภาเอ็งทุบเบนซ์ เผาม่านรูดซะวอดเฮ้อ  ตอนแรกเห็น ผ.อ.ถูกมัดอยู่บนเตียง  คิดว่าเป็นมุตตาซะอีก”
       วีกิจเหมือนมีอาการโล่งอก  ปริมกับรัชนกผลุนผลันเข้ามา
                   “เห็นหรือยัง”
       “เห็นแล้ว  เซฟแล้ว” นักรบบอก
       “ฟอร์เวิร์ดแล้ว” ฉกรรจ์บอก
       “คุณสิทธิ์ นี่มันอะไรนะคะ” รัชนกถามประสิทธิ์ชัย
       “ไม่รู้เหมือนกันฮะ” ประสิทธิ์ชัยบอกแล้วหันไปคุยกับวีกิจต่อ “อาเอ็งนี่ซวยสุดๆ หรือว่าจะโดนแบล็คเมล์  โอมายก็อดจะมีใครซวยขนาดนี้อีกไหมนี่”
       รัชนกพยักเพยิด ปริมถลาไปสุมหัวดูซ้ำ
       “นั่นน่ะซีคะ เฮ้อ คลิปนี่ฝีมือใครไม่รู้นะคะ”
       วีกิจพอจะเดาได้ว่าฝีมือใคร
        
       นพนภา นภางค์ เนตรนภิศ  กำลังทานกลางวันกันอยู่ นพนภาดูจะคลายใจขึ้นมาก 
       “เรื่องผัวแก แม่ว่านะ ลองไปหาหมออุ๊สแกนกรรมดูซีเผื่อจะดึงผัวแกกลับมาได้” นภางค์บอก
       “ไม่ต้องหมออุ๊  หมอแอ๊ะ  หรอกค่ะแม่  ตอนนี้คุณประพงส์เขาพาหนูไปดูหมอทิพยเนตร แม่นเหมือนจับวาง  เขาบอกว่าเรื่องภพ อีกไม่นานจะพ้นจากบ่วงเสน่ห์ของอีเมียน้อย แล้วเราจะดังกันทั้งคู่”
       “ดังยังไงคะพี่”
       “ไม่รู้ซี  แต่หมอบอกว่าจะดังเหมือนดารากันทั้งคู่เลย”
       สาวใช้เข้ามารายงาน
       “คุณคะ  คุณอมรกลับมาแล้วค่ะ”
       อมรในชุดออฟฟิศ  หน้าตาทุกข์ร้อนเดินเข้ามา 
                   “สวัสดีครับคุณแม่  คุณนภา”
       “สวัสดีจ้ะ อมร”
       “เออ ไม่ทราบรู้ข่าวแล้วหรือยังครับ”
       “หือม์ ข่าวอะไรคะ”
       “อยู่ในคลิปน่ะครับ  เพิ่งส่งเข้าเครื่องผมเมื่อกี้นี่เอง”
       “คลิปอะไร”
       อมรหยิบมือถือออกมาให้ดู                       
       “ดูเอาเองก็แล้วกันครับ”
       
       อมรเปิดเครื่องส่งให้นพนภา ทั้งสามหญิงเข้ามาดู นพนภาตะลึงงันแล้วกรี๊ดออกมาลั่น  นภางค์และเนตรนภิศถึงกับช็อก

  ที่กระทรวง แจงจิต ทิพอาภา อรพิม เพื่อนร่วมงานอีกสองคน วิเคราะห์คลิปเจนภพหน้าเครียด

       "ฉันว่าอีม่านรูดนั่นต้องติดกล้องแอบถ่าย”
       “ว้าย คนเข้าไปก็กลายเป็นดาราหมดซี”
       “โธ่เอ๋ย ผ.อ.”
       เจนภพชะงักฝีเท้าอยู่หน้าห้อง ได้ยินเต็มสองหู สูดลมหายใจก่อนจะผลักประตูเข้าไป ทุกคนที่อยู่ในห้อง
       มองเจนภพเป็นตาเดียว อรพิมยิ้มร่าทัก ทิพอาภาหลบตาวูบ อีกสองนางวิ่งกลับโต๊ะ แจงจิตก้าวมาหาเจนภพพูดเรียบๆ
       “ส่งเข้ามาทุกอีเมล์ในกระทรวงค่ะ ตอนนี้อยู่ในยูทูบแล้ว”
       เจนภพหน้าชา
       
       คืนนั้นนพนภาอยู่บ้านกางหนังสือพิมพ์อ่าน มีรูปเบลอที่โบลว์มาจากคลิปของเจนภพถูกมัดมือผูกตาลงหน้าหนึ่ง พร้อมพาดหัวเล็กๆ นพนภาอ่านออกเสียง
       “ผ.อ.เริงกามในม่านรูด เมียบุกทุบเบนซ์”
       นพนภาพับหนังสือพิมพ์ เจนภพยืนหน้าเคร่งอยู่ใกล้ๆ
       “ไอ้ม่านรูดนั่นมันแอบถ่ายแน่ๆ”
       “ไปใช้บริการมันกี่หนแล้วล่ะ ป่านนี้มันปั๊มซีดีขายเต็มสีลมแล้ว”
       “ผมจะแจ้งตำรวจเอาเรื่องมัน”
       “ดี สู้คดีกันซัก 3 ศาล ไส้กี่ขดเอามาขึงให้คนดูกันทั่วๆ”
       “คุณจ่ายเงินอีม่านรูดนั่นเป็นล้านไม่ใช่หรือทำไมมันยังทำแบบนี้”
       “ไม่รู้ซี เช็คฉันเด้งมั้ง”
       “อะไร”
       “อ้าว มันเป็นไปได้นี่ เดี๋ยวสร้อยไข่มุกหาย เดี๋ยวเงินเดือนคนใช้หาย เงินในบัญชีฉันก็เลยไม่พอ”
       เจนภพรู้ว่านพนภาแกล้งหลอกด่า
       “นี่ผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”
       “ก็ไว้บนบ่าผู้ดีแปดสาแหรกของคุณน่ะแหละ ตอนทำไม่อายจะมาอายอะไรตอนนี้”
       “พรุ่งนี้ท่านอธิบดีเรียกผมไปคุย ผมโดนสอบแน่”
       “ก็ดี ให้เขาไล่ออกซะ จะได้เป็นเกียรติเป็นศรีแก่วงศ์ตระกูลถูกไล่ออกเพราะตัณหาหน้ามืด แก่จนผมสองสีแล้วยังไปแก้ผ้าอยู่ในยูทูบ”
       “แล้วที่คุณไปอาละวาดเหมือนผีบ้าล่ะ มันก็ทุเรศพอๆ กันน่ะแหละ”
       “เรียกทนายมาเลย หย่ากับฉันเดี๋ยวนี้เลย”
       “หุบปากซะที คุณยิ่งพูดก็ยิ่งเหมือนกับนางยักษ์”
       “ว้าย”
       “รู้ไหม แต่ก่อนคุณยังทำให้ผมพิศวาสได้ แต่ตอนนี้เห็นหน้าคุณไวอากร้าทั้งขวดก็ปลุกไม่ฟื้น”
       นพนภาร้องกรี๊ดโผนเข้าทุบตีเจนภพ เจนภพผลักเต็มแรงนพนภากระเด็นล้มไปกับพื้น
       “ใช่ซี ฉันไม่ได้เซ็กวิปริตเหมือนอีมุตตานี่ มันดีเด็ดแบบนี้เองซีนะถึงได้หลงมันจนโงหัวไม่ขึ้น”
       
       คลิปเจนภพถูกล่าม นพนภาเข้ามาด่าทออาละวาด ปรากฏอยู่บนจอสมาร์ททีวี 52 นิ้วที่เนตรนภิศเพิ่งถอยมาใหม่ เนตรนภิศนั่งบนโซฟายิ้มอย่างสะใจ อมรกับพงศกรใส่ชุดวอร์มนั่งดูอยู่ พงศกรตาโต อมรขรึมไป
       “เกิดอะไรขึ้นน่ะครับ”
       “คลิปพี่เขยพี่สาวฉันไงคะ ตอนนี้ยอดวิว 2 ล้านแล้วค่ะ”
       พงศกรหัวเราะขยับมาหลังอมร
       “พี่เขยคุณยังหล่อกิ๊งอยู่เลย หุ่นก็ยังดี ไม่เป็นไรหรอกครับ ไม่น่าเกลียด”
       “อย่างงี้พี่ภพ ตำแหน่งคงโดนดองแน่”
       “สมควร”
       “คุณนภิศ ไม่เห็นใจคุณภพคุณนภาเลยเหรอครับ” พงศกรถาม เนตรนภิศเปลี่ยนท่าทีนิดหน่อย
       “ก็เห็นใจอยู่หรอกค่ะแต่ทำตัวเองนี่คะ”
       “เลิกดูเถอะ สงสารเขา ไปพงศ์ ไปยิมดีกว่า”
       เนตรนภิศเข้าคลอเคลียอมร พงศกรมองด้วยสายตาขัน ๆ
       “อมรขา สัญญานะว่าจะไม่ทำตัวเหลวไหลอย่าที่พี่ภพทำ”
       “ผมไม่ใช่คนอย่างพี่เขยคุณสักหน่อย เรื่องเมียน้อยน่ะผมไม่มีอยู่แล้ว”
       “เชื่อได้ไหมเนี่ย คุณพงศ์จะเชื่อได้ไหม”
       “อย่าเชื่อเชียวนะครับ เจ้าอมรนี่แหละชอบนักแส้เฆี่ยน เทียนลน”
       อมรมองพงศกรตาวาว พงศกรหัวเราะ
       “อุ๊ย ไปชอบตอนไหนบอกมานะ แล้วไปชอบกับใคร”
       “คุณนี่ ไปฟังเจ้าพงศ์มัน เพ้อน่า นั่นมันสมัยเรียน มาอยู่กับคุณผมถอดเขี้ยวเล็บหมดแล้วครับ”
       “จริงนะคะ” เนตรนภิศกอดรัดอมรจนพงศกรเกิดอาหารหึงนิดๆ
       “ถอดเขี้ยวเล็บเหรอ เมื่อกี้ยังเอาเล็บข่วนอยู่เลย”
       อมรชกไหล่พงศกรมองดุๆ เนตรนภิศหัวเราะกิ๊ก
       “คุณพงศ์น่ะ ตลกจังเลย”
       “ใช่ ตลกมากไปได้แล้ว”
       อมรเข้าล็อคคอพงศกร สายตาบอกชัดว่ารู้ว่าคู่ขาหึง พาพงศกรออกไป เนตรนภิศหันมาดูคลิปต่อด้วยความสะใจ
       
       นพนภานอนซมอยู่ที่ห้องทีวีเล็ก สร้อยคำเอาชามโจ๊กมาให้
       “ทานเสียหน่อยนะคะคุณนภา กินแต่ยาเดี๋ยวยากัดกระเพาะแย่”
       “กินไม่ลงจริงๆ ค่ะคุณพี่ มันเวียนหัว มันเครียดไปหมด มีแต่เรื่องไม่รู้จบสิ้นทั้งลูก ทั้งผัว ทั้งอีคนแย่งผัว เมื่อกี้คุณประพงส์โทรมาว่าเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ระบบไฟมีปัญหาอีก จะเปิดอยู่วันนี้พรุ่งนี้แล้ว”
       “ทำใจดีๆ เดี๋ยวมันก็ผ่านพ้นไป”
       
       “อย่างอื่นน่ะมันพ้นค่ะ แต่อีมุตตานี่ทำไมมันหน้าด้านหน้าทนนัก นี่ได้ข่าวว่าคนของหนูที่ส่งไปเฝ้ามัน ยังถูกมันเอาไฟช็อตเกือบตาย”

 นพนภาหลุดปาก

       
       “อะไรนะคุณนภา ใครส่งใครไป”
       “เออ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ หนูส่งคนไปขอร้องมันดีๆ แต่มันกลับอาละวาดใส่จนคนของหนูเจ็บตัว”
       “เฮ้อ นี่อะไรกันนี่ คุณนภาเราต้องปล่อยวางบ้าง ไอ้เรื่องจองเวรจองกรรมทำกันไปทำกันมา แล้วเมื่อไรมันจะจบ”
       “หนูไม่ใช่คนผิดนี่คะ คนผิดคือไอ้ผัวบ้ากามกับอีเด็กร่านต่างหาก”
       ต้อมวิ่งมาจากโถงนอกมือกำเงินมาด้วยปึกใหญ่ ต้องวิ่งตามมา
       “นังต้อม เอาเงินมานะ”
       “ไม่ให้”
       นพนภา สร้อยคำออกมาดูเหตุการณ์ ต้องเข้าดึงผมน้อง ต้อมร้องลั่น
       
       นพนภาและสร้อยคำออกมา ต้อมยังร้องกรี๊ดๆ
       “อะไรกัน นังต้องไปแกล้งน้องทำไม” ต้องมีอาการเบลอๆ หน้าซีดเซียว นพนภาดึงต้อมมากอด สร้อยคำดึงต้องไว้ “เอ๊ะ ไปเอาเงินมาจากไหนคะลูก”
       “เงินของคุณแม่ค่ะ”
       “นังต้อม แกอย่าพูดนะ”
       “อะไร ห้ามน้องพูดอะไร”
       “หนูเห็นอีพี่ต้องหยิบเงินในกระเป๋าคุณแม่ค่ะ หนูเลยแย่งมา”
       ต้องหน้าซีด ต้อมยิ้มสะใจ
       “อีต้องแกน่ะเอง ขโมยเงินฉัน ที่หายๆ ไปน่ะไม่ใช่พ่อแก แต่เป็นแกใช่ไหม”
       “ค่ะ หนูเอง”
       “เอาไปกี่หมื่นกี่แสนแล้ว”
       “ถ้าครั้งนี้สำเร็จก็รวมเป็นห้าหมื่นค่ะ”
       “ว้าย อีลูกโจร ว่าแล้วไม่มีสลดสันดานขี้ขโมยเหมือนพ่อ พ่อแกขโมยไปให้อีมุตตา แล้วแกล่ะขโมยไปให้ใคร เพื่อนหรือผัว”
       “คุณนภา พอเถอะ”
       “บางทีก็เพื่อนค่ะ บางทีก็ผัว” ต้องบอก
       “ต้อง”
       นพนภาจ้องหน้าลูกสาวความโกรธพลุ่งพลานขึ้นคุมไม่อยู่ เข้าไปตบต้องผัวะๆ ต้องยืนนิ่งปากแตกเลือดซึมออกมา
       “อีลูกชั่ว รับออกมาแล้วซี ฉันว่าแล้วเลือดพ่อมันแรง โอย บาปกรรมฉันไม่เคยทำแต่ทำไมบ้านนี้ถึงมีแต่เรื่องเลวๆ”
       “เพราะบ้านนี้มีแต่คนบาปมังคะ มีนางฟ้าแสนดีอยู่คนเดียวบุญมันเลยไม่คุ้ม”
       นพนภาร้องวี๊ดเข้าไปตบต้องผัวะๆ จนต้องทรุดลง สร้อยคำเข้าขวางดันนพนภาออก
       “อีต้อง ไปนะ ไปให้พ้นจากบ้านฉัน จะไปที่ไหนก็ไปอีลูกนรก”
       ต้องวิ่งออกไปจากบ้าน สร้อยคำผวาจะตามแต่นพนภาทรุดลง สร้อยคำชะงักมาคว้าไว้ แต้ว ยายแหวงวิ่งเข้ามา
       “อะไรกันคะ”
       “แต้วตามไปดูยายต้องทีอย่าให้ไปไหนนะ ป้าเอาต้อมไปข้างบน”
       “ค่ะ ค่ะ”
       แต้ววิ่งตามไป ยายแหวงพาต้อมออกไป สร้อยคำประคองนพนภากลับไปนั่งที่ห้องเล็ก นพนภาเรอเสียงดังจะเป็นลม
       
       ต้องอยู่ในชุดอยู่บ้านกางเกงสั้นจู๋ เสื้อตัวเล็ก เดินไปเรื่อยๆ ตามถนนหมู่บ้าน หน้าเชิด แต่ดวงตาเจ็บช้ำ ต้อมเช็ดเลือดที่มุมปาก มีเสียงโทรศัพท์เข้าต้องเอามือถือมาดู หน้าจอขึ้นชื่อ ป้าสร้อย ต้องลังเลแล้วตัดสินใจไม่รับ เดินไปเรื่อยอย่างไร้จุดหมาย
       
       แจ็คเดินเข้ามาในห้องเห็นต้องนั่งอยู่บนเตียงมีแววเศร้า เจ็บแค้น ประชดชีวิต ข้างตัวมีคัพนูดเดิลบวมอืดอยู่
       แจ็คส่งเบียร์ให้ ต้องรับมาถือไว้ไม่กิน แจ็คนั่งลงโอบไหล่
       “โธ่ พ่อแม่ก็งี่เง่าอย่างงี้แหละ เธอไม่ต้องไปไหนหรอกอยู่กับแจ็คก่อนก็ได้”
       “อยู่ให้แกปล้ำเหรอ ไปนั่งที่อื่น” ต้องผลักแจ็คออก
       “โทรมเหมือนซอมบี้ ปล้ำไม่ลงว่ะ ไปล่ะ”
       “อย่าเพิ่ง”
       แจ็คมองหน้า ต้องละอายพูดไม่ออก แจ็คหัวเราะ
       “โถ คิดว่าอะไร” แจ็คล้วงขวดยาออกมา ต้องจะรับแต่แจ็คหดมือไป “เงินล่ะจ๊ะที่รัก”
       “แกเอาฉันไปเกินค่ายาแล้ว เอามา”
       แจ็คส่งขวดยาให้
       “ก็ได้ นี่คราวหน้าไม่มีเงินก็จ่ายเป็นตัวเหอะ” ต้องตาวาว “พูดเล่น เดี๋ยวฉันไปโทรหานายก่อนพักให้สบายนะ”
       แจ็คหัวเราะผลุบออกประตูไป ต้องขมขื่นถึงขีดสุดหยิบยาออกมาใส่ปากแล้วหงายตัวลงนอนขวางเตียง มองดูเพดานห้องภาพเริ่มพร่าเลือน
       
       ต้องนอนกระสับกระส่าย หน้าซีด เหงื่อออกท่วมตัว ผมเปียกชื้น
       “พ่อขา แม่ขา ช่วยหนูด้วย”
       ต้องผวาตื่น มองไปรอบตัว รวบรวมสติยังคงเห็นทุกอย่างพร่าเลือน ต้องเดินเซไปที่ประตูเปิดออกไป
       ต้องก้าวออกมาแล้วตกตะลึง เพราะห้องโถงเปิดเพลงแนวนิวเวฟโหยหวน แสงจากโคมลาวาหลายดวงทำให้
       เกิดแสงสีประหลาด ทีวีจอยักษ์ฉายหนังเอกซ์ ขวดเบียร์ เหล้า โซดากระจายเกลื่อน ร่างของแจ็คและกลุ่มเพื่อนสี่ห้าคน กำลังดื่มกันเมาหันมามองต้อง
       “ตื่นแล้วเหรอที่รัก มา มานั่งนี่ จะแนะนำเพื่อนๆ ให้รู้จัก”
       “ฉันจะไปแล้ว”
       “ไปไหน เธอมีที่ไปด้วยเหรอ” ต้องจะออกประตู แจ็คเข้าขวาง “มาน่า เพื่อนๆ เขาอยากรู้จักเธอทุกคน มาสร้างความสนิทสนมกันหน่อยแล้วเดี๋ยวเราจะสนุกด้วยกัน แล้วค่ายางวดนี้เธอไม่ต้องจ่ายไง”
       แจ็คเข้ากอดรัดต้อง
       “อย่ามายุ่งกับฉัน”
       เพื่อนๆ เข้ามารุมทันที ต้องกรีดร้องแจ็คปิดปากเหวี่ยงต้องไปล้มลงที่พื้น ต้องหยิบได้ขวดเหล้าฟาดผัวะไปที่หัวเพื่อนคนนึ่ง มันร้องลั่นหัวแตก ต้องหยิบขวดปากฉลามออกมาขู่ แจ็คและเพื่อนกระโดดหนี ต้องรีบวิ่งออกจากห้องทั้งที่เสื้อถูกฉีกขาดหลุดลุ่ย
       
       ต้องวิ่งลงบันไดมาพร้อมกรีดร้อง เห็นประตูห้องนึงเปิดออกมาดูคือนังซิ้ม ต้องถลาขอความช่วยเหลือ
       “เจ๊ ช่วยด้วย ช่วยด้วย”
       “อย่ามายุ่งกะอั้ว อีสะก๊อย”
       
       ซิ้มกระแทกประตูปิดทันที ต้องหันมาเห็นกลุ่มแจ็คที่กรูกันลงมา ต้องกรีดร้องวิ่งไปที่ระเบียงสุดทางเดิน

 

  ต้องกรีดร้องวิ่งไปสุดระเบียงแจ็ควิ่งไล่มา
        
       “อย่าหนีน่า กลับไปที่ห้องดีกว่า”
       “อย่าเข้ามานะ”
       “เธอไปไหนไม่รอดแล้วเชื่อแจ็คดีกว่า เอาอย่างนี้ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอกเดี๋ยวจะพาไปส่งบ้าน”
       “ฉันไม่เชื่อแกอีกแล้ว”
       ต้องหันไปมองระเบียงพื้นสนามเบื้องล่างไม่สูงมาก
       “เฮ้ย ไอ้แจ็ค มันทำท่าจะกระโดดว่ะ” เพื่อนบอก
       “ต้อง เธออย่ากระโดดนะ” แจ็คเดินเข้ามาหาอีก ต้องตัดสินใจปีนรั้ว “เฮ้ย อย่านะต้อง”
       ขาดคำต้องกระโดดลงจากระเบียงทันที กลุ่มแจ็คร้องลั่นกรูกันมาชะโงก ร่างของต้องฟุบอยู่ที่สนามหลังตึก
       “ซวยแล้วกู”
       ทั้งหมดรีบกรูกันไป
       
       ต้องพยายามยันร่างขึ้นจากสนาม ปวดร้าวไปทั้งตัว สายต่าพร่าเลือน เห็นร่างชายสามคนวิ่งตรงมา
       “อย่า อย่าทำอะไรฉัน”
       ร่างนั้นลงนั่งประคองร่างของต้อง
       “คุณต้อง”
       ต้องเงยหน้ามอง คือประพงส์ เบื้องหลังคือสองสมุนปุ๊และป๋อง
       “คุณประพงส์ ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย”
       ประพงส์กอดต้องไว้
       “ไม่เป็นไรแล้วนะครับ ไม่เป็นไรแล้ว” กลุ่มแจ็คกรูกันเข้ามา ชะงักเมื่อเห็นกลุ่มประพงส์ “เฮ้ย พวกเอ็งทำอะไร จัดการมันเลย” ปุ๊และป๋องวิ่งไล่กลุ่มแจ็คหนีกระเจิง “คุณต้อง ไม่ต้องกลัว ผมมาช่วยแล้ว”
       ประพงส์กอดต้องไว้ ต้องสะอื้นในอ้อมกอดของประพงส์
       
       ที่โรงพยาบาล นพนภาแต่งหน้าจัดกลบความโทรม ยืนคุยอยู่กับประพงส์ สร้อยคำและวีกิจนั่งรออยู่บนโซฟา วีกิจมองประพงส์อย่างไม่ถูกชะตานัก
       “ขอบคุณนะคะคุณประพงส์ โชคดีจริงๆ ที่คุณผ่านไปแถวนั้นพอดี”
       “พอดีผมมีธุระแถวนั้นน่ะครับ”
       เจนภพวิ่งกระหืดกระหอบมา
       “ยายต้องเป็นยังไงบ้าง”
       “อ้อ นังมุตตามันยอมปล่อยออกมาแล้วหรือ คิดว่าจะอยู่กับมันจนถึงเช้า”
       วีกิจหน้าเผือด สร้อยคำมองดูอาการเงียบๆ
       “ผมถามว่ายายต้องเป็นยังไง”
       “ก็ดูสภาพชุดมันนี่ซี”
       นพนภาเอาเสื้อที่กลายเป็นเศษผ้าปาใส่หน้าเจนภพ กางเกงยีนส์กระดุมหายตกลงพื้น เจนภพขบกรามถือเศษเสื้อไว้แน่น
       “พูดอะไรให้สมกับเป็นแม่คนหน่อย พวกไอ้แจ็คใช่ไหม ผมจะเอาเรื่องพวกมัน”
       “พวกนี้ไม่มีใครอายุถึงสิบแปดซักคนครับ”
       “ยังไงผมก็จะเอามันเข้าคุก”
       “ถ้าอย่างงั้นก็คงปิดข่าวไม่ได้ ถ้าคุณเอาเรื่องพวกมันก็คงเป็นข่าวใหญ่ คุณต้องอายุยังไม่เต็มสิบเจ็ดดีถ้าเป็นข่าวจะยิ่งไม่ดีกับแก ยิ่งคุณเองถ้าเป็นข่าว...”
       “อู๊ย อย่าห่วงเลยค่ะ ผัวฉันน่ะขึ้นหน้าหนึ่งจนอยู่ตัวแล้ว”
       “นี่คุณ”
       วีกิจก้าวมา
       “ผมเองน่ะอยากให้เอาเรื่องพวกมัน แต่ดูแล้วยายต้องจะยิ่งเสียหาย ผมว่าให้เรื่องเงียบไปดีกว่าฮะ ยายต้องเองก็ไม่เป็นอะไรมาก”
       “ปล่อยให้มันลอยนวลหรือนายกิจ”
       “ผมรู้ว่าอาภพรู้สึกยังไงฮะ หัวอกของพ่อที่ลูกสาวเกือบเสียผู้เสียคน” เจนภพสะอึกมองหน้าวีกิจ แต่วีกิจพูดเรียบๆ จนดูไม่ออก “แต่เราควรเป็นห่วงยายต้องมากกว่า อย่าทำอะไรให้เป็นการตอกย้ำดีกว่าฮะ”
       เจนภพนิ่ง ประพงส์คล้ายมีรอยยิ้มนิดๆ
       
       เจนภพเข้ามานั่งข้างเตียงต้อง เห็นสภาพเฝือกที่เท้าของลูกและรอยฟกช้ำ เจนภพสลดใจ วีกิจตามเข้ามามองเจนภพอย่างดูแคลน
       “ยังไงก็ต้องจัดการไอ้แจ็คมันให้ได้”
       “คงไม่ทันแล้วมังครับ เพราะนายแจ็คเลิกเรียนไปแล้ว ตอนนี้คงหนีไปไหนต่อไหนแล้วด้วย”
       “โธ่ ยายต้อง ต้องไปคบไอ้พวกกุ๊ยนี่มานานเท่าไหร่แล้ว นายรู้ไหม”
       “มันเป็นหน้าที่พ่อไม่ใช่เหรอครับที่ต้องรู้ อ้อ ผมลืมไป อามีเรื่องมุตตาสำคัญกว่าที่จะมาสนใจเรื่องของต้อง”
       “ถ้าไม่อยากคุยด้วยกันดีๆ นายกลับไปเลยดีกว่า”
       “กำลังจะกลับอยู่ครับ แต่บอกให้อาภพรู้อีกเรื่อง ยายต้องไม่ใช่แค่รักษาเรื่องกระดูกข้อเท้าแต่ต้องรักษาอาการติดยาด้วย”
       “อะไรนะ”
       “นี่ก็เป็นอีกสิ่งที่พ่อควรรู้ใช่ไหมครับ”
       วีกิจออกจากห้องไป เจนภพมองต้องอย่างเศร้าใจ
       
       เมื่อออกจากโรงพยาบาลกลับมาบ้าน ต้องเดินโขยกเขยกมีพลาสเตอร์ที่หน้าผาก ข้อศอก หัวเข่า รอยช้ำตามตัวและหน้ายังเหลืออยู่จางๆ บางรอยก็ตกสะเก็ด เอามือจับพนักโซฟาประคองตัวมายังเก้าอี้นอน ต้อมนั่งดูอย่างสะใจ
       “ฮิ ฮิ ฮิ อีเป๋”
       “อีเด็กนรก”
       ต้องนั่งลงบนเก้าอี้นอน เจนภพกับนพนภากลับมาจากข้างนอก เจนภพเข้าไปนั่งลงลูบผมต้อง นพนภามองอย่างหมั่นไส้
       “ยายต้อง วันนี้เป็นไงบ้างลูก”
       “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พรุ่งนี้ก็คงหาย”
       “ยังจะมาปากดี ระริกนัก เกือบได้ผัวทีเดียวเป็นฝูง”
       เจนภพลุกพรวดมามองหน้านพนภา
       
       “หุบปากเดี๋ยวนี้นะ นภา”

 “ทำไม ฉันจะพูด ฉันเป็นแม่ ทำไมฉันจะอบรมลูกไม่ได้ เชอะ มาทำเป็นห่วงลูกถ้ามันไม่โดนเรียงคิวน่ะจะกลับมาดูมันไหม คงกกกับนังมุตตามากกว่า”

        
       
       “คุณ”
       “นี่แม่อยากให้หนูโดนข่มขืนมากนักหรือคะ ทำไมคะ ทำไมแม่ถึงเกลียดหนูนักหนา” ต้องถามโพล่งขึ้นมา นพนภาหน้าเจื่อนลงแล้วเชิดหน้า
       “ฉันจะไปเกลียดอะไรแก ถ้าแกทำตัวดี ฉันจะไปว่าอะไรแกได้ แม่ทุกคนน่ะรักลูกทั้งนั้น”
       “นั่นมันเรื่องน้ำเน่าค่ะ ข่าวมีอยู่ทุกวัน แม่หักคอลูก แม่เอาลูกไปขาย แม่ให้พ่อเลี้ยงเข้าหาลูกเพราะกลัวถูกผัวทิ้ง”
       “ยายต้อง หยุดนะลูก”
       “ไม่ค่ะ หนูจำได้ว่าตั้งแต่เกิดมาแม่ไม่เคยรักหนูหรือว่าเพราะหนูเกิดมาทำให้แผนชีวิตแม่พัง” นพนภาเชิดในใจรู้สึกว่ามีส่วน “หรือว่าเพราะพ่อเขาเห่อหนู เขารักหนูมาก แม่ก็เลยทนไม่ได้ที่หนูมาแย่งความรักจากพ่อ แม่ไม่ได้หึงแค่เมียน้อยใช่ไหมคะ แต่หึงกระทั่งลูก”
       นพนภาเบิกตากว้าง ต้องจ้องมอง เจนภพมองอย่างงุนงง
       “ไม่จริงใช่ไหม นภา”
       นพนภาร้องกรี๊ด อับอายเกินกว่าจะยอมรับ ร้องกรี๊ดผวาจะเข้าไปตบต้อง ต้องยิ้มเยาะ ต้อมอ้าปากค้าง
       เจนภพกันนพนภาไว้ผลักไปล้มลง ต้อมเริ่มหน้าเสีย
       “นังต้อง แกหยุดเรียนไปเลย ไม่ต้องไปเรียนอีกแล้ว ฉันจะควบคุมพฤติกรรมแกทุกวัน ทุกชั่วโมง ให้เหมือนพวกคนคุกเลย”
       นพนภาสะบัดออก ต้องร้องไห้กับเจนภพ
       
       นพนภามาที่ผับ นั่งปรับทุกกับประพงศ์เรื่องต้อง
       “ลูกเวรลูกกรรมอะไรไม่รู้ ทั้งใจแตก ทั้งติดยา นี่ฉันให้มันไปดร็อปเรียนแล้วนะคะ”
       “ดีครับ คุณนภาจะได้ใกล้ชิดลูก ลูกผู้หญิงที่เริ่มสาวน่ะต้องมีแม่เป็นเพื่อนเป็นที่ปรึกษา”
       นพนภามองประพงส์อย่างนับถือในความคิด
       “มันน่ะไม่เห็นหัวฉันหรอกค่ะ”
       “เออ นี่ครับ ผมลองเอาดวงคุณต้องไปให้หมอทิพยเนตรดู”
       “หือม์ คุณช่วยเอาไปดูให้ด้วย”
       “ครับ ผมสงสารคุณต้องน่ะ”
       “หมอว่ายังไง”
       “คุณต้องน่ะ เกิดในฤกษ์ดาวโจร หมอเขาให้แก้เคล็ด”
       “แก้ยังไงคะ”
       “ต้องให้คุณต้องช่วยคุณนพนภาทำงานน่ะซีครับ”
       “แหม งานซื้อขายที่มันมาช่วยอะไรฉันไม่ได้หรอกค่ะ เด็กเกิน”
       “นี่ครับ หมอบอกว่าต้องเป็นงานกลางคืนครับถึงถูกดวงกัน ดาวโจรนี่ต้องทำงานกับคนกลางคืนจะได้แก้เคล็ด ไม่งั้นมันมีหวังกลายเป็นโจรไปเสียเอง”
       “จริงเหรอคะ”
       “หมอคนนี้ไม่มีพลาดหรอกครับ” นพนภาหยิบใบดวงมาดู ครุ่นคิด “คุณนภาครับ ทุกอย่างจะต้องดีขึ้น ทำใจให้สบายเถอะครับ อีกไม่กี่วันคอมเพล็กซ์ของเราจะเปิดแล้ว เตรียมตัวสำหรับการเปิดตัวแกรนด์โอเพนนิ่งของเราดีกว่านะครับ”
       นพนภายิ้มออก
       “ค่ะ คุณประพงส์”
       
       สร้อยคำวางอาหารลงตรงหน้าต้องที่หน้าตาซึมเศร้า ผ่านการร้องไห้มาพักใหญ่
       “แผลจางไปเยอะแล้วลูก อีกวันสองวันก็สวยใสวัยทีนเหมือนเดิมแล้ว”
       ต้องทำตาปริบๆ มองสร้อยคำแล้วน้ำตารื้นขึ้นอีก
       “แม่ไปฟ้องป้าใช่ไหมคะ ที่หนูเถียงแม่เมื่อกี้”
       สร้อยคำดึงต้องมากอดไว้ลูบผมเบาๆ น้ำตาเอ่อทั้งป้าหลาน
       “อย่าน้อยใจแม่เขาเลยนะลูก แม่เขารักเรา เพียงแต่เขาอาจจะไม่รู้วิธีที่เขาจะแสดงออกมา”
       “ไม่เหมือนลูกคนอื่นใช่ไหมคะ อย่างต่อ อย่างต้อม”
       “ไม่เอาน่า ไม่คิดร้ายอย่างนั้น ต้องคิดดีนะลูก คิดดีชีวิตก็สุข คิดร้ายก็มีแต่ทุกข์”
       ต้องขยับถอยออก สร้อยคำมองดูต้องเอานิ้วกรีดน้ำตาให้หลาน
       “ฟังป้านะ ชีวิตเราท่านว่ามีแต่ทุกข์” ต้องนิ่งฟัง “แต่ถ้าเรารู้จักทุกข์ รู้จักจะจัดการกับมันก็จะทุกข์น้อยลง ถ้าเก่งจริงๆ ก็จะถึงขั้นไม่ทุกข์เลย”
       “ทำยังไงหรือคะ”
       “หนูเชื่อกฎแห่งกรรมไหมล่ะลูก”
       “เรื่องชาตินี้ชาติหน้า เรื่องบาปเรื่องบุญน่ะหรือคะ หนูไม่รู้”
       “ดีลูก งั้นก็ฟังหูไว้หู กรรมทุกอย่างที่เราทำมันมีผลตามมาทั้งนั้น ถ้าทำดีผลมันก็ดี ถ้าทำไม่ดีผลมันก็แย่”
       ต้องยิ้มนิดหนึ่ง พูดกึ่งประชด
       “ค่ะ เถียงพ่อเถียงแม่ไม่ดี เป็นบาปหนาใช่ไหมคะ”
       “พ่อกับแม่ก็แค่คนธรรมดา ไม่ใช่พระพรหมอย่างที่เขาพูดกันหรอก พ่อแม่ก็ทำผิดได้ หนูเองก็ทำผิดได้ ป้าเองก็ไม่ใช่คุณป้ากายสิทธิ์แสนดีนักหรอกลูก” ต้องยิ้มมากขึ้น “กฎข้อแรกที่จะทำให้เราทุกข์น้อยลงก็คือ กรรมอะไรที่มันก่อทุกข์ก็อย่าไปทำมัน แค่นั้นเอง”
       “พูดง่ายแต่ทำยากค่ะ”
       ต้องพูดไปอย่างงั้นแต่รับฟังอย่างเต็มใจ สร้อยคำมองอย่างปรานี
       
       รถญี่ปุ่นคันยาวอายุราว 20 ปี สภาพค่อนข้างโทรม เพราะเป็นรถสำหรับให้ยายแหวง แต้วไปจ่ายกับข้าวละแวกบ้าน แล่นเข้ามาจอดในที่จอดรถของเจนภพขนาบข้างด้วยรถหรูของคนอื่น เจนภพลงมาจากรถหน้าร้อนผ่าว ข้าราชการสาวสองนางเดินมาคุยหัวเราะเล่นกัน เจนภพหน้าตึง อุปาทานคิดว่าสองสาวหัวเราะเยาะ
       เจนภพก้าวเข้าไปในลิฟท์ เจอรัชนกอยู่ข้างใน รัชนกยกมือไหว้อ่อนหวานงดงาม
       “สวัสดี หนูรัชนก”
       “สวัสดีค่ะ ผ.อ.”
       “นายประสิทธิ์ชัยเป็นยังไงบ้าง”
       “ไม่ทราบค่ะ”
       “อ้าว ทำไมไม่ทราบเป็นแฟนกันยังไง”
       “เราเป็นแค่เพื่อนกัน ในกองเราไม่รู้เป็นไง ใครสนิทกับใครหน่อยก็ถูกจับคู่ เอ้อ ขอโทษนะคะ”
       รัชนกขยับมาใกล้อกแนบกับเสื้อนอกเจนภพ เจนภพอึ้ง แต่รัชนกดูไม่รู้ตัว รัชนกใช้นิ้วคีบหยิบเส้นผมที่ร่วงติดแถวไหล่ 2-3 เส้นออกทิ้ง
       “ขอบใจ เฮ้อ คนแก่ก็ยังงี้แหละ”
       
       “ถ้าผู้หญิงคนไหนเห็น ผ.อ.แก่ ก็แปลว่าถ้าตาไม่เป็นต้อก็คงตาบอด” รัชนกยิ้มไร้เดียงสาแต่ตากลับวูบวาบแพรวพราย เจนภพอึ้งไปอีกครั้ง แล้วมีแววกริ่มภาคภูมิใจในตัวเอง รัชนกคุยจ๋อยๆ “นกยังไม่มีแฟนค่ะ เพราะพี่ชายนกคุมเข้ม แบบไม่ให้คลาดสายตาเลยค่ะ”
       



ประวัติดารา ที่เกี่ยวข้องกับ




Tag : แรงเงา เรื่องย่อละคร แรงเงา ละครย้อนหลัง แรงเงา ละคร แรงเงา คลิปละคร แรงเงา เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เคน ภูภูมิ ธัญญ่า
เมื่อ : 05 พ.ย. 55 14:33:48
ที่มา: www.manager.co.th
โดย : ท่านโชกุน