แรงเงา ตอนที่ 16

 
แรงเงา ตอนที่ 16

แรงเงา ตอนที่ 16

  ที่โรงพยาบาล นพนภานอนหายใจแผ่วเบาอยู่บนเตียงหน้าตามีเลือดฝาดขึ้นเล็กน้อย เจนภพเอาเก้าอี้มาวางข้างเตียง กุมมือภรรยาไว้ลูบไล้มืออวบแผ่วเบา ความรักความหลังตลอด 20 ปีผ่านเข้ามาในห้วงนึก เจนภพยิ้มเศร้าๆ แววตาสงบ 

       
       ขณะนั้นวีกิจและกริบยังค้นข้อมูลในเว็ปต่อเนื่อง
       “นี่ไง พี่สาวของมุตตา ชื่อมุนินทร์ จงสวัสดิ์”
       รูปของมุนินทร์ปรากฏขึ้น เป็นรูปเล็กๆ นับสิบรูป วีกิจ กริบ มองดูอย่างตื่นตะลึง
       ในคอมฯ ภาพสมัยเรียน มุนินทร์ถ่ายคู่กับมุตตา หน้าตาต่างกัน คนนึงทอมบอย คนนึงสวย
       “มุนินทร์ จงสวัสดิ์ จบมาสเตอร์ดีกรีจากเอ็น วาย ยู ตอนเรียนเขียนโปรแกรมเข้าประกวดติดท็อปไฟว์ บริษัทคอมพิวเตอร์ที่นั่นเลยรับเข้าทำงานทันที” รูปมุนินทร์กับลูกศรในนิวยอร์ค มุนินทร์ผมม้ายังดูหมองๆ ไม่สะสวย “พอเรียนจบก็ทำงานต่อเกือบปี บริษัทมาเปิดสาขาในกรุงเทพฯ จึงย้ายมาเลื่อนขั้นเป็นผู้บริหาร”
       วีกิจตะลึงงัน รูปมุนินทร์สวย ดูเท่ห์ในที่ทำงาน ถ่ายกับลูกศรและณัฐดนัย วีกิจเริ่มยิ้มออกมาได้
       “ไม่อยากเชื่อเลยว่ะ”
       “ฉันยังสงสัยอีกเรื่อง”
       “อะไร”
       “ทำไมแกถึงนึกรู้ขึ้นมาได้ว่า เขาคือคนละคนกัน” วีกิจหน้าแดง ไม่กล้าพูด “เฮ้ย มีอะไรรึเปล่า พูดมา”
       “ฉันทำผิดกับเขาไปว่ะ ผิดอย่างมาก”
       “ไอ้กิจ ขนาดนั้นเชียว เมื่อไหร่”
       วีกิจพยักหน้า ถอนใจ
       “สองวันที่แล้ว ฉันเมาแล้วไม่ได้สติ”
       “แล้วจะเอายังไงต่อ”
       “ต่อไปนี้ ฉันจะรับผิดชอบและขอไถ่ถอนโทษจากเขาทั้งหมด”
       กริบพยักหน้าเข้าใจ ชื่นชมในความรับผิดชอบของเพื่อน ตบไหล่อย่างให้กำลังใจ
       
       ที่บริษัทซีเอ็มซี คอนซัลท์ติ้ง วีกิจนั่งอยู่ที่ล็อบบี้ของบริษัท มุนินทร์ลงบันไดเผชิญหน้าวีกิจ วีกิจมีแววตาขอโทษ
       “นินครับ”
       มุนินทร์ปากยิ้มนิดๆ ดวงตาเย็นชา
       “ชื่อนี้ฉันมีไว้ให้เพื่อนเรียกเท่านั้นค่ะ”
       “ถึงคุณจะไม่ยอมรับ แต่ผมก็อยากขอโทษ”
       “โทษอะไรหรือคะ โทษเหล้าที่คุณกินเข้าไปดีไหม”
       “คนเดียวที่ต้องโทษก็คือผม ผมเสียใจสำหรับเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น”
       “ไม่เห็นต้องเสียใจอะไรนี่คะ” มุนินทร์ยิ้มเยาะ วีกิจรู้สึกแย่กว่ามุนินทร์โกรธ “มันเป็นเรื่องธรรมดาจะตายไปของคนยุคใหม่ แค่วันไนท์สแตน และเมื่อเจอกันอีกก็ไม่ต้องทำมาเป็นรู้จักกันอีก”
       “แต่คุณรู้จักผม และก็รู้ดีว่าผมรู้สึกยังไง”
       “นั่นฉันสำคัญตัวผิดไปเองไม่ใช่หรือคะ แล้วที่จริงคุณก็แค่เคลิ้มไปกับมารยาสาไถยของฉันเท่านั้น”
       วีกิจอึ้งที่มุนินทร์เอาคำในวันนั้นมาย้อนทุกคำ
       “ผมพูดโง่ๆ แบบนั้นไปเพราะอะไรคุณก็ควรจะรู้”
       “ฉันไม่รู้หรอกค่ะ ฉันรู้แต่ว่าวีกิจคนเดิมตายจากฉันไปแล้ว เขาตายไป และเอาศรัทธาของฉันในความดีงามของโลกนี้ ตายพร้อมกับเขาไปด้วย”
       “นิน”
       วีกิจวิงวอนคว้าแขนไว้ มุนินทร์โบกมือ รปภ.หน้าเหี้ยม 2 คนก้าวมา วีกิจอึ้งปล่อยมือ
       “ไปส่งเขาด้วยนะคะ แล้วดูอย่าให้เขามาที่นี่อีก”
       มุนินทร์กลับขึ้นไป 2 รปภ.ดึงวีกิจออกไป ลูกศรกับณัฐดนัยออกมาจากห้องประชุมพอดี
       “ว้าย คุณวีกิจ”
       “เฮ้ย นั่นอะไรหยุดก่อน ปล่อย ปล่อย”
       ณัฐดนัยและลูกศรก้าวไป 2 รปภ.หน้าเหรอ ปล่อยวีกิจแล้วถอยไป ลูกศรเข้าไปดูแลลูบคลำวีกิจ ณัฐดนัยมองอย่างตงิดๆ
       “นี่โดนยายนินอาละวาดมาน่ะซี ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ เอาไว้ให้ฉันกล่อมยายนินเอง อ้อ อีกอย่าง อย่าเข้าใจผิดว่ายายนินมาปันใจให้บอสนะคะ เพราะบอส คุณณัฐดนัย เป็นคู่หมั้นลูกศรเองค่ะ”
       “หา”
       ณัฐดนัยตกใจ ลูกศรเข้าคล้องแขนฉับ ณัฐดนัยหน้าเหรอ
       “ครับ ผมลาก่อนนะฮะ”
       “สวัสดีค่ะ”
       “สวัสดีครับ” วีกิจออกจากออฟฟิศไป ณัฐดนัยมองลูกศร ลูกศรยิ้มพริ้มพราย “คู่หมั้นเหรอ นี่คุณ ผมเสียหายนะ”
       “เสียหายนิดหน่อยไม่เป็นไรหรอก ถือเสียว่าฉันทำเพื่อยายนินกับคุณกิจค่ะ”
       วีกิจออกไปแล้ว หันมาก้มศีรษะลาอีกครั้ง ลูกศรคว้ามือของณัฐดนัยมาโอบเอวตนทันที วีกิจไปแล้ว
       “ขอบคุณนะคะบอส ที่ร่วมเล่นละคร”
       “ไม่เป็นไรครับ ยินดีช่วยเหลือ”
       “แต่ว่า ละครจบแล้ว ทำไมยังไม่ปล่อยมือจากเอวฉันละคะ”
       ณัฐดนัยสะดุ้งรีบปล่อยมือทันที
       “โทษครับ อินกับบทน่ะครับ”
       
       ลูกศรค้อนแล้วเดินนวยนาดจากไป ณัฐดนัยยิ้มสนุก ตาวิบวับ

  คืนนั้นที่โรงพยาบาล ที่ห้องคนไข้ด้านนอกโซฟาถูกทำเป็นโซฟาเบด นภางค์นอนพอกหน้าคาเวียร์อยู่ ที่พื้นแต้วนอนอยู่ด้วยมีอินเตอร์คอมติดอยู่ใกล้โซฟาเบด

        
       
       ที่ห้องคนไข้ด้านใน นพนภานอนหลับด้วยยาระงับประสาท สีหน้าทรุดโทรม เจนภพนั่งอยู่ที่เก้าอี้ข้างเตียงกุมมือนพนภาไว้ นพนภาลืมตาขึ้นช้าๆ เจนภพดีใจ
       “นภา คุณเป็นยังไงบ้าง สีหน้าคุณดีขึ้นมากเลย”
       “ดีแต่ข้างนอกน่ะซีคะ ข้างในมันรวนหมดแล้ว”
       “นภา แต่ก่อนผมรับปากคุณเรื่องจะเลิกกับเขา ผมก็แค่พูดไปอย่างงั้น แต่ตอนนี้ตอนที่คุณนอนไม่ได้สติ ผมถึงได้มาคิดว่าคุณเป็นเมียที่ดีขนาดไหน” นพนภาค้อน
       “ฉันน่ะหรือดี”
       “ผมไม่ได้บอกว่าคุณดีวิเศษเลิศเลอ แต่คุณก็คือผู้หญิงคนนึงที่รักผมมากกว่าผู้หญิงคนไหนจะรักได้”
       “แม้แต่นังนั่นหรือ”
       “ครับ ผมขอสัญญากับคุณว่าจะเลิกกับเขาจริงๆ จะตัดเขาออกไปจากชีวิตเราสองคน”
       “ภพ”
       เจนภพเอามือนพนภามาจูบ นพนภาดึงเจนภพเข้าไป เจนภพเอาศีรษะซบอกเมีย นพนภาลูบผมเจนภพอย่างซึ้งใจ มือไปโดนอินเตอร์คอมเข้าอย่างบังเอิญ
       ที่ห้องด้านนอก นภางค์ผวาลุกเพราะได้ยินเสียง แต้วเองก็ลุกขึ้นมาฟังเช่นกัน เสียงหัวเราะเสียงพูดคุยของเจนภพและนพนภาดังแว่วมา
       “เสียงอะไรคะ”
       “นังแต้ว เงียบ แล้วฟัง”
       “เราน่าจะเที่ยวต่างประเทศกันอีกสักครั้งนะ”
       “ประเทศไหนดีล่ะคะ คุณเลือกมาละกัน”
       “อเมริกาใต้ยังไม่เคยไปเลยนี่นะ สนใจ”
       “แหม คุณนี่ชอบลงใต้เรื่อยเลย ไม่ยอมขึ้นเหนือบ้างเลยเหรอคะ”
       “ขึ้นเหนือก็ได้ ตรงไหนดีล่ะ เหนือตรงนี้ดีไหม”
       ผัวเมียหัวเราะกระซิก นภางค์และแต้วมองหน้ากัน นภางค์ยังหมั่นไส้ลูกเขย แต้วกลั้นหัวเราะ
       
       วันรุ่งขึ้นนพนภาหน้าตาสดชื่น นั่งอยู่บนเตียงคนไข้แต่ห้อยขาลงมาที่ด้านหลังมีช่างผมกำลังทำผมอยู่ ตรงหน้าช่างเมคอัพกำลังปัดขนตาให้อย่างเอาเป็นเอาตาย พยาบาลมาเช็คร่างกาย ยืนดูตาปริบๆ พูดไม่ออก เนตรนภิศเข้ามาในห้องมีสีหน้าผิดหวังอย่างยิ่งยวด นพนภาหันมา เนตรนภิศยิ้มหวาน
       “พี่นภา เกิดอะไรขึ้นคะ ทำไมสดชื่นขนาดนี้”
       “พี่หายแล้ว จะกลับบ้านวันนี้แหละ”
       
       เนตรนภิศเดินงงเซออกมาจากห้องตรงไปหานภางค์ แต้ว และสร้อยคำ
       “นี่มันอะไรกันคะคุณแม่ เมื่อวานตอนหนูกลับ ยังหายใจพะงาบๆ วันนี้มายังกะไปร้อยไหมทองคำมา แหม หมอที่นี่เก่งจริงๆ ด้วย”
       “หมอเหมออะไรกันยะ เมื่อคืนนายภพขอเฝ้าเมียเอง โอ้โลมปฎิโลมกันทั้งคืน”
       “ค่ะ เสียงกระซิกหวานแหววออกอินเตอร์คอมเลยค่ะ”
       “ว้าย จริงเหรอแต้ว”
       ทั้งสี่เอามือทาบอกมองดูอินเตอร์คอมเป็นตาเดียวราวเห็นสื่อลามกที่คลองถม
       “คุณนภาเลยผลัดเซลล์ เม็ดเลือดเรียงตัว อีลาสตินคืนสภาพ คอลลาเจนฟื้นฟู”
       “โบราณว่าได้น้ำได้เนื้อ ยายนภาเอ๊ย บอกจะเลิก จะเลิก พอผัวอ้อนเข้าหน่อยก็ตัวอ่อนแขนอ่อน ไปไหนไม่รอด”
       สร้อยคำมองดูรู้ชัดว่านพนภาได้ปากตลาดมาจากใคร เนตรนภิศฝืนยิ้มดวงตาไม่พอใจ
       
       เมื่อนพนภากลับถึงบ้าน ต่อช่วยประคอง เจนภพ แต้ว ยายแหวงตามมา แต้วถือถุงขนมมาด้วย ต้องและต้อมอยู่ในโถง ต้อมวิ่งมากอดแม่
       “คุณแม่กลับมาแล้ว”
       นพนภาดึงต้อมมาหอม
       “ชื่นใจ ลูกแม่ ยายต้อง ผับฉันเป็นไงบ้าง”
       “เกือบเจ๊งแล้วค่ะ” นพนภาหัวเราะคิก
       “ต๊าย ดูปากมัน วันนั้นผัวยายนภิศกับเพื่อนซี้แวะไป บอกว่าคนยังกะหนอน ไม่ได้คุณประพงส์จัดการไม่ได้อย่างนี้หรอก” ต้องถอนใจนิดๆ “แล้วยังไง วันนี้ทำไมไม่ไปทำงานที่ผับ”
       “ไม่ค่อยสบายค่ะ”
       “ไม่สบายก็ต้องไปดูนิดนึง ธุรกิจน่ะไว้ใจใครได้เสียที่ไหน คุณประพงส์เขาก็มีงานอื่นอยู่”
       “ค่ะ เขามีงานอื่นอยู่ ผับกะคอมเพล็กซ์แค่งานบังหน้า”
       “แกพูดอะไร”
       “เปล่า หนูจะพูดว่าเขาทำผับแค่งานอดิเรก”
       นพนภาค้อนลูกสาว หันมาทางต้อม
       “นี่ แม่ซื้อขนมทาร์ตไข่มาฝาก ของชอบของต้อมไงลูก ทานไหม”
       “ทานค่ะ”
       
       แต้วเปิดกล่องขนมทาร์ตไข่ ต้อมและต่อหยิบคนละอันเข้าปาก ต้องได้กลิ่นเบือนหน้าหนี

  "ไปกินไกลๆ ได้ไหม"

        
       
       “เป็นอะไรลูก”
       “เหม็นค่ะ อ้วก”
       ต้องทำท่าจะอาเจียน วิ่งออกจากห้องไป 
       “เป็นอะไรของมัน”
       ต่อมองตามพี่สาว  รู้สึกกังวลนิดๆ 
       “คุณแม่ขา คุณแม่หายจากสติแตกแล้วใช่ไหมคะ”
       ต่อ  ยายแหวง  แต้ว หัวเราะพร้อมกัน  นพนภาหัวเราะไปด้วยอย่างอารมณ์ดี  เจนภพส่ายหน้า  ต่อยังมองตามพี่สาว  
       ต้องวิ่งเข้ามาอาเจียนที่ชักโครกเซมาที่อ่างล้างหน้า มองตัวเองในกระจก แล้วรู้ขึ้นมาทันที  จับท้องตัวเอง ตัวสั่นเทา
        
       ที่บ้านวีกิจ วีกิจและสร้อยคำอยู่ที่โต๊ะอาหาร สร้อยคำคอยปรนนิบัติลูกชาย วีกิจเงียบขรึม สร้อยคำสังเกต
       “เฮ้อ เห็นบ้านนั้นมีความสุข แม่ก็พลอยสุขไปด้วย” สร้อยคำมองลูกชาย “ตากิจ เป็นอะไร”
       “แม่ครับ ผมอยากจะบอกแม่เรื่องมุตตา ที่จริงเขาคือ...”
       “นี่แกยังติดต่อเขาอยู่หรือ ไหนสัญญากับแม่แล้วไงว่าจะตัดใจให้ได้”
       “แม่ครับ  ที่เขาทำเหมือนไม่รู้จักแม่เขาไม่ได้แกล้งทำหรอกฮะ เขาไม่รู้จักแม่จริงๆ”
       “แม่บอกแล้วไงว่า  แม่ไม่อยากฟังเรื่องผู้หญิงคนนี้อีก”
       สร้อยคำเดินหนีไป วีกิจอึ้ง
        
       บรรยากาศในผับคืนวันสุดสัปดาห์ วัยรุ่นมาเที่ยวกันสนั่น  เต้นเร่าๆ เต็มพื้นที่ ประพงส์อยู่ที่ห้องทำงานกำลังเครียด ดื่มเหล้ารวดเข้าปาก  ต้องเข้ามาสีหน้าสงสัย
       “มีอะไรรึเปล่าคะ  เห็นที่โกดังขนของกันใหญ่”
       “ผมกำลังจะไปจากที่นี่”
       “อะไรนะ ไปไหน”
       “ถึงเวลาที่ต้องโยกย้ายแล้ว ตอนนี้เบื้องบนกำลังเปลี่ยนถ่ายอำนาจ”
       “แล้วที่นี่”
       “ก็ต้องปิดตัว  ตำรวจกำลังจะบุกมาในอีกชั่วโมงนี่แล้ว”
       “คุณกำลังโกงแม่ฉันนะ”
       “ช่วยไม่ได้  หรือเธออยากจะไปกับฉันด้วย ยินดีนะ”
       ประพงส์ยิ้มให้ต้อง  ต้องเกิดความชิงชังขึ้นมา
                   “ฉันไม่ร่วมมือกับคนโกงหรอก”
       “งั้นก็ลาก่อน”
       “นายจะให้แม่ฉันรับผิดอยู่คนเดียวงั้นเหรอ”
       “คนโง่เป็นเหยื่อคนฉลาดอยู่แล้ว”
       “ไอ้บ้า”  
       ต้องกดมือถือทันที  
                   “โทรหาใคร”
       “ก็แม่ฉันน่ะซี” 
       ประพงส์แย่งมือถือมา  ต้องจะแย่งคืน  ต้องเข้าตบตีประพงส์ ประพงส์จับมือต้องแล้วตบฉาดใหญ่ ร่างของต้องกระแทกพื้นอย่างแรง
       “ฉันเสียดายเธอนะ แต่ถ้าเธอไม่ร่วมมือกับคนโกง  เราก็ต้องแยกทาง”
       ประพงส์ออกจากห้องไป ต้องยันร่างขึ้นนั่งหอบหายใจ ปวดท้องอย่างแรง ต้องหยิบมือถือที่ตกอยู่แล้วกดหาแม่ทันที
        
       ขณะนั้นนพนภากำลังบำรุงครีม เจนภพดูข่าวทีวี  มือถือดังขึ้น  นพนภารับสาย
       “ว่าไงยายต้อง”
       “แม่คะ  รีบมาที่ผับเลยค่ะ ตำรวจกำลังจะบุกในอีกชั่วโมงนี่แล้ว”
       “ตำรวจก็ตรวจประจำนั่นแหละ  บอกคุณประพงส์ให้เขาจัดการซี”
       “ไม่ได้ค่ะ  เขาหนีไปแล้ว”
       “อะไรนะ”
       
       เจนภพหันมอง   

     นพนภารีบมาที่ผับ นพนภาเงยหน้าจากสมุดบัญชี ต้องยืนเกาะเคาน์เตอร์ แคชเชียร์ยืนอยู่ใกล้ๆ หน้าซีด นพนภาเอาสมุดบัญชีปาใส่หน้าแคชเชียร์ เจนภพยืนอยู่ด้วยกำลังคุยมือถือกับเจ้าหน้าที่ระดับผู้ใหญ่ให้ช่วย ต้องเอามือกุมท้องยังเจ็บระบมอยู่ 

        
       
       “ครับท่าน ผมว่าภรรยาผมกำลังโดนหุ้นส่วนโกงแน่ๆ”
       “อีโรส อีหน้าโง่ จบบัญชีมาได้ยังไงยะให้มันโยกเงินไปหมด อ้อ หรือแกเป็นคนของพวกมันด้วย ช่วยกันยักยอก”
       “หนูเปล่านะคะ”
       “นังต้อง แกดูร้านยังไงหรือว่ามัวแต่อ่อยผู้ชายอยู่”
       “หนูบอกแม่ตั้งแต่วันออกจากโรงพยาบาลแล้วไงคะว่าเรากำลังจะเจ๊ง แต่แม่ก็มัวแต่ปลาบปลื้มคุณประพงส์อยู่ แม่ไม่เคยฟัง”
       “แก!”
       กัปตันร้านเข้ามาหน้าตาตื่น
       “คุณนภาครับนพนภา”
       “อะไร๊ มีเรื่องนรกแตกอะไรอีก”
       “ตำรวจ ปปส.มาขอตรวจค้นร้านเราครับ”
       นพนภามองหน้าเจนภพที่เลิกคุยมือถือทันที
       
       วันต่อมานพนภานั่งหน้าซีดหมองคล้ำมองไปที่ภาพข่าวในทีวี ต่อนั่งเป็นเพื่อน เนตรนภิศนั่งขนาบข้าง
       เจนภพเสียงดังสั่งแต้ว ยายแหวงอยู่หน้าห้อง
       “ยกหูออกให้หมด ไม่รับสายใครทั้งนั้น แล้วปิดบ้านด้วย ไม่รับแขก”
       “ค่ะ ค่ะ”
       เจนภพเข้ามาในห้อง เห็นข่าวในทีวี รูปประพงส์หราในทีวี มีคำโปรย ฉีกหน้ากากนักธุรกิจ : เจ้าพ่อยาเสพติด
       “หลังจากถูกทะลายบ้านผสมยาในปทุมธานี ต่อด้วยการทำลายหมู่บ้านยาบ้าในลพบุรี ตำรวจได้พบหลักฐานมัดตัวนายประพงส์ พงส์พีระกุล ว่าอยู่เบื้องหลังธุรกิจยาเสพติดรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่ง”
       นพนภาตัวสั่นเทา เจนภพหน้าเครียด เนตรนภิศมองทั้งผัวเมียอย่างลุ้นในที
       “ใจเย็นๆ นะคะพี่นภา”
       ในทีวีภาพแจ็คนอนตายอยู่ในกระท่อมเล็กๆ
       “ตำรวจยังเปิดเผยว่า นายประพงส์ยังอยู่เบื้องหลังคดีฆาตกรรมอำพราง เช่นคดีนายจักรพงศ์ วิสุทธิ์หรือแจ็คที่ถูกฆ่าตายที่เสม็ด”
       เจนภพหยิบมือถือมากดปิดทีวี
       “ถ้าคุณไม่คบกับไอ้สารเลวนี่ ถ้าคุณไม่ทำธุรกิจชั่วๆ หลอกกินกระทั่งเงินเด็ก เปิดบาร์ค้าเหล้าค้ายาค้ากามหน้าสถานศึกษา ก็คงไม่ต้องมาเสียชื่อเสียงแบบนี้ นี่ดีนะที่ท่านอธิบดีมีเส้นมีสาย ไม่งั้นคุณไปนอนในคุกแล้ว”
       “ไม่ต้องมาอวดอ้าง เส้นสายฉันก็มี ทนายฉันก็มือหนึ่ง”
       ต้องเดินหน้าซีดเซียวเข้ามายืนฟังอยู่หน้าห้อง มือกุมท้องอยู่ ต่อมองพี่สาวอย่างสงสัย
       “อ้อ ยังไม่เข็ดใช่ไหม คบมือปืน คบนายบ่อน คบราชายาเสพติดเอาไว้หนุนธุรกิจบ้าๆ ของคุณ แล้วยังเชื่อหมอดูลวงโลกส่งลูกไปทำงานร่วมกับมัน”
       “แหม มาทำห่วงลูกเอาตอนนี้ วันๆ มีเวลาให้มันไหม หรือเจอกันตอนกินข้าว เช้าสิบนาทีก็พอแล้ว จากนั้นก็ไปหาอีกะหรี่มุตตา”
       “พ่อ แม่คะ” ต้องเรียกพ่อกับแม่เสียงแหบแห้ง
       ต่อมองไปที่ต้อง เลือดที่หว่างขาซึมเปื้อนออกมาหยดที่พื้น
       “พี่ต้อง”
       ต่อลุกพรวดไปประคองต้องที่กำลังล้ม
       “ว้าย ยายต้อง”
       เนตรนภิศวิ่งเข้าช่วยประคองอีกคน
       “ต้อง”
       ต่อประคองต้องทรุดนั่ง ต้องหมดสติไปแล้ว เจนภพเข้าดูอาการ แต้ว ยายแหวงวิ่งเข้ามาร้องเอะ
       “ว้าย เลือด / คุณต้องเป็นอะไรคะ”
       “เรียกรถพยาบาลด่วน”
       “ค่ะ ค่ะ”
       
       นพนภามองเลือดที่หน้าขาของต้อง หน้าซีดเผือด

  ต้องใส่ชุดคนไข้นอนบนเตียง หน้าซีดแต่มีแววสงบและรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น เจนภพและนพนภาอยู่กลางห้องอย่างกระวนกระวาย นางพยาบาลยืนหน้าเย็นอยู่
       “แค่เมนส์มาทำเอาฉันตกอกตกใจ แหม ทำยังกะมีเมนส์ครั้งแรก”
       นพนภาบอก เจนภพนิ่วหน้า หมอเข้ามา
       “เชิญคุณเจนภพกับคุณนพนภาห้องผมดีกว่าครับ”
       “พูดตรงนี้เถอะค่ะหมอ หนูรู้ค่ะว่าไม่ใช่แค่ประจำเดือนคลาดเคลื่อน” ต้องบอก เจนภพใจหายวาบ
       “ทำไม หนูเป็นอะไร”
       “แกตั้งครรภ์ครับ แต่อายุครรภ์แค่ 4 สัปดาห์ การฝังตัวไม่สมบูรณ์ก็เลยหลุดออกมา สาเหตุอาจเกิดจากการกระทบกระเทือนด้วยก็ได้นะครับ ผมต้องขอตรวจเช็คอย่างละเอียดอีกที”
       หมอบอก ต้องสูดลมหายใจเข้า เจนภพผงะ นพนภาทรุดลง
       “อะไรนะ”
       “อะไรกัน ใคร แกท้องกับใคร”
       หมอกับพยาบาลถอนใจ
       “ผมขอตัวก่อนนะครับ”
       หมอและพยาบาลออกไป เจนภพมองต้องอย่างขุ่นเคือง นพนภามาเกาะเตียง
       “ไอ้ประพงส์ใช่ไหม” เจนภพถาม นพนภาร้องวี๊ด
       “ค่ะ” ต้องตอบรับ
       “มันข่มขืนหนูใช่ไหม”
       “ไม่ใช่ค่ะ หนูสมยอมเอง ทุกอย่างและทุกครั้ง”
       “ยายต้อง”
       “หนูหลงรักเขาค่ะ รักทั้งๆ ที่รู้ว่าเขาเลวขนาดไหน เขาชั่วยังไง รักเขาทั้งที่รู้ว่าเขาฆ่าไอ้แจ็คปิดปาก รักเขาทั้งๆ ที่รู้ว่าเขากำลังโกงแม่”
       ต้องพูดทุกอย่างอย่างสงบและปลงตก ไม่มีการประชดประชันพ่อแม่เหมือนเคย
       “อีลูกบ้า แกพูดอะไรออกมา หน้าด้าน”
       “หนูพูดความจริงไงคะ หนูรักเขาเหมือนที่แม่รักพ่อ พ่อทำกับแม่ยังไงก็ไม่เคยหมดรัก”
       นพนภาผงะ แล้วค่อยๆ นั่งลงบนเตียง เจนภพเซไปพิงฝา นพนภามองลูกแล้วตัวสั่นน้ำตาไหลพราก เจนภพตัวสั่น ความแค้น เสียใจ เสียหน้าพลุ่งขึ้น
       
       คืนนั้นเมื่อกลับถึงบ้าน นพนภาลงมาจากรถยืนรออยู่ เจนภพลงตามมาสีหน้าเครียด ต่อ แต้ว ยายแหวงตามออกมา เจนภพจะกลับเข้าบ้าน
       “จะไปไหน”
       “จะนอน”
       “ไม่ไปนอนซ่องนังมุตตาล่ะ”
       “อย่าหาเรื่องนะคุณ วันนี้คุณทำคดีไว้เยอะแล้วนะ ผมไม่ให้อภัยคุณเด็ดขาดที่คุณส่งยายต้องไปสังเวยไอ้ชั่วนั่น”
       “อย่ามาโทษฉัน เลือดพ่อมันแรงมันถึงร่านขนาดนั้น มันพูดเองนี่ว่ามันสมยอมไอ้ประพงส์เอง”
       “อย่าโทษลูกนะ คุณนั่นแหละเป็นแม่ ทำไมไม่จิตสำนึก”
       “โอ๊ย ไม่ต้องมาใช้คำสูงกับฉัน ฉันมันแค่แม่ค้า ไม่ใช่ผู้ดีนักเรียนนอกอย่างคุณ รู้หมดทุกอย่างแต่ทำไม่เป็น ปริญญาน่ะแขวนไว้ให้แมลงสาปมันแทะเล่น”
       “ความเป็นแม่น่ะมันไม่ต้องใช้ปริญญาหรอก”
       “ความเป็นพ่อก็ไม่ใช่สักแต่ว่าทำให้ติดลูกเหมือนกัน”
       “เอา ผมมันผิดเองที่เลือกคุณมาเป็นเมีย เป็นแม่ของลูก ต่อไปคงได้แม่ดีเด่น เอาลูกไปสังเวยไอ้แก่หัวงู” นพนภายิ้มเยาะ
       “ใช่ เจอเล่ห์ไอ้แก่หัวงูเข้าก็เลยเสร็จ เคยนึกบ้างไหม คนที่เป็นไอ้หัวงู หลอกทำลายพรหมจรรย์ผู้หญิงน่ะ วันนึงกรรมมันจะวกมาถึงตัว แล้วตอนนี้มันวกมาโดนยายต้องแล้วไง”
       เจนภพแทบผงะ โผนเข้าไปแล้วเหวี่ยงนพนภาลงไปกับพื้น
       “หุบปากเดี๋ยวนี้นะ”
       สร้อยคำ วีกิจถลันเข้าไป สร้อยคำประคองนพนภา วีกิจหันมาขวางเจนภพแต่ต่อก้าวไปจ้องหน้าเจนภพ ผลักเจนภพอย่างแรง วีกิจเลยต้องเขาขวางพ่อลูกแทน
       “ถ้าทำอะไรแม่ ผมไม่เกรงใจจริงๆ ด้วย”
       “ทำไม แกจะทำไมฉัน ไอ้ลูกแหง่”
       “อาภพ ต่อ อาภพพอเถอะฮะ”
       เจนภพผลักวีกิจเซไป แล้วกลับขึ้นรถสตาร์ทออก สร้อยคำประคองนพนภาลุกขึ้น
       “ต่อ กอดแม่หน่อยลูก”
       ต่อกอดนพนภาไว้ นพนภากลั้นสะอื้นตัวสั่น แต้วกับแหวงน้ำตาหยด สร้อยคำปาดน้ำตามากุมมือวีกิจไว้ วีกิจยิ่งสับสนทุกข์ทน

   วีกิจกลับเข้ามาในห้องด้วยอาการหมดอาลัย เดินมานั่งที่เตียง เห็นเนคไทสองเส้นที่เคยปาทิ้งตกอยู่ใต้เก้าอี้  วีกิจเก็บขึ้นมาแล้วยิ้มกับตัวเองเมื่อนึกถึงวันที่มุนินทร์ซื้อเนคไทให้ มุนินทร์ซื้อแจ็คเก็ตให้ และวันที่ไปเที่ยวทะเลกับมุนินทร์ วีกิจหยิบนาฬิกาทรายขึ้นมาแล้ววางลง

        
       มุนินทร์นั่งเหงาอยู่ที่โถงกลางกินช็อคโกแล็ตที่วีกิจซื้อให้มองไปที่มุมห้องก็เห็นภาพวีกิจและมุนินทร์กำลังทานช็อคโกแล็ตกัน
       มุนินทร์มองไปที่มุมครัวก็เห็นภาพวีกิจกำลังทำครัวขมักเขม้น วีกิจเงยหน้ามายิ้มกับมุนินทร์ 
       มุนินทร์มายืนที่ริมกระจก ภาพวีกิจนอนหลับอุตุเหมือนเด็กๆ
       มุนินทร์นั่งลงที่เดิม ทานช็อคโกแล็ตแล้วน้ำตาค่อยๆ ไหลรินออกมา
        
       วันรุ่งขึ้นวีกิจมาเยี่ยมต้องที่โรงพยาบาล วีกิจมองเหม่อออกไปนอกระเบียงห้องพักคนไข้เห็นต้องนอนหลับบนเตียง  หน้าซีดแต่กลับดูสงบ  สร้อยคำนั่งเฝ้าอยู่ วีกิจหันมาเดินมาหาต้องแล้วลูบผมหลาน
       “นี่มันอะไรกันครับแม่”
       “กรรมน่ะซีลูก  มันเหมือนเงาตามตัวเราไปทุกที่”
       “แล้วทำไมกรรมของพ่อถึงไปตกกับลูกล่ะครับ”
       “ไม่ใช่หรอกลูก  พุทธศาสนาพูดถึงการเวียนว่ายตายเกิด  คนเราเกิดมาไม่รู้กี่ชาติต่อกี่ชาติ  แม่คงต้องบอกว่ายายต้องเคยทำกรรมแบบนี้ไว้” ต้องลืมตาขึ้นครึ่งหนึ่งนิ่งฟัง “กรรมถึงได้พาให้มาเกิดในบ้านที่มีคนทำกรรมแบบเดียวกัน  ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจึงเป็นการลงโทษทั้งตัวยายต้องและนายภพด้วย”
       ต้องน้ำตาไหลออกมา พลิกขยับตัวซ่อนน้ำตา  สร้อยคำและวีกิจมองแล้วคุยกันต่อ
       “เกิดเป็นผู้หญิงต้องตกเป็นเหยื่อเสมอนะฮะ”
       “ไม่ว่าชายหรือหญิงก็ตกอยู่ใต้กรรมเหมือนกันแหละลูก  ถ้าเราพิจารณาชีวิตให้ดีก็จะเห็นกฎแห่งกรรม  แล้วแก้ไขปัญหาชีวิตได้”
                   “ฮะ ผมเองก็ต้องหาทางแก้ไขปัญหาที่ผมก่อเหมือนกัน”
        
       หลายวันต่อมา เนตรนภิศเดินผ่านหน้าห้องต่อ ได้ยินเสียงคุยของต่อแว่วมา เนตรนภิศเดินมาแอบฟัง ประตูห้องเปิดอยู่ ภายในห้องต่อกำลังพูดกับก้องทางไลน์เช่นเดิมก้องใส่เสื้อกล้ามอย่างเคย
       “ผมเบื่อมาก อยากไปเรือเยาวชนเร็วๆ”
       “พี่เข้าใจ แต่ปัญหาทางบ้านน่ะมันก็มีกันทุกครอบครัวแหละ ใจเย็นๆ นะครับ”
       “พี่ก้อง ผมคุยกับพี่ผมสบายใจทุกครั้ง”
       “พี่ก็เหมือนกัน” 
       ทั้งสองมองประสานสายตากัน  เนตรนภิศตาลุกยิ้มกับตัวเองอย่างสะใจอีกเรื่องแล้วรีบออกมาจากห้อง
       
       ต้องกลับมาบ้านแล้วและนอนอยู่บนเตียง หน้าตามีสีเลือดมากขึ้น แต้วจัดที่นอนให้ เจนภพยืนมองอยู่  หน้าตาเคร่งเครียดดูแก่กว่าเดิมหลายปี 
       “ต้อง  หนูยังเด็กเหลือเกิน  ไม่น่าเลย”
       “ทุกข์ตั้งแต่เด็กนั่นแหละค่ะดี จะได้รู้จักโลกได้เร็วกว่าคนอื่น”
       “ต่อไปนี้ต้องไม่ต้องไปฟังแม่อีกแล้วนะ กลับไปเรียนเทอมหน้าแล้วเริ่มต้นกันใหม่”
       นพนภาเดินเข้ามาพอดี
                   “เมื่อกี้ได้ยินอะไรนะ จะให้มันกลับไปเรียนเหรอ  เดี๋ยวมันก็ไปได้ผัวนักศึกษาอีกหรอก” ต้องยิ้มหยันๆ  ที่หน้าห้องเนตรนภิศมายืนฟังอยู่ 
                   “คุณไม่น่าเกิดมาเป็นแม่คนเลย”
       “ทำไม  ฉันสนับสนุนลูกที่มันรักเรียน ไม่ใช่รักแต่แร่ดอย่างนังต้อง”
       “อ้อ  เอาไอ้ต่อมาเปรียบกับยายต้องอีกแล้วล่ะซี”
       “ใช่ มันต้องเปรียบเพราะต่อไม่เคยทำเรื่องเสียหาย”
       “ก็ดี โอ๋ไอ้ลูกชายคนกันเข้าไป เลี้ยงมันดีจนจะเป็นตัวเมียอยู่แล้ว”
       เนตรนภิศฟังแล้วยิ้ม ก่อนจะแยกไปหลบมุม
       “ไม่ต้องมาว่าลูกนะ พอลูกมันไม่เอานิสัยสำส่อนคุณมาใช้ก็ไปประณามลูกมัน” เจนภพเดินออกจากห้อง ต้องมองหน้าแม่แล้วนอนตะแคงไม่สบตาเช่นเดียวกับแต้ว
       “ไม่ต้องมาทำหลบตา ต่อไปนี้ฉันจะออกกฏเข้ม แกจะต้องทำตามทุกข้อห้ามปฏิเสธ”
       ต้องสลดใจ 

เจนภพหัวเสียเดินมาตามทางเดินเห็นเนตรนภิศยืนรออยู่ 

        
       “ทะเลาะเรื่องยายต้อง นายต่ออีกแล้วนะคะ”
       “นี่ เรื่องของครอบครัว เธอไม่ควรมายุ่ง”
       “ไม่ได้อยากยุ่งหรอกค่ะ แต่ บังเอิญเมื่อกี้ ไปเห็นอะไรบางอย่างเข้า”
       “อะไร”
       “พี่ภพลองเข้าไปดูห้องนายต่อสักหน่อยไหม ตอนนี้เลยค่ะ”
       เจนภพหน้าเครียดขึ้นอีกเท่า เนตรนภิศยิ้มหยัน
       
       เจนภพเดินเข้าไปในห้องต่อ เห็นต่อกำลังออนไลน์กับก้องเจนภพขมวดคิ้ว
       “เวลาพ่อแม่ทะเลาะกัน ผมไม่อยากอยู่บ้านเลย ผมอยากไปหาพี่ก้องทุกครั้ง”
       “พี่ต้อนรับต่อทุกเวลา ก่อนต่อไปเรือเยาวชนเราไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกันนะ”
       “ที่ไหนดีล่ะครับ พี่เลือกหรือผมเลือกดี”
       “ทุกครั้ง ทุกเรื่อง พี่ให้ต่อเลือกไม่ใช่เหรอ”
       ต่อยิ้มให้ก้อง ส่งสายตามีนัยยะให้กัน เจนภพสุดทน เข้ามากระชากคอเสื้อต่อ
       “ไอ้ต่อ”
       “พ่อ”
       ก้องตกใจมอง
       “ไอ้คนนี้มันเป็นใคร”
       “เพื่อนผม”
       “แต่ที่พูดกันมันไม่ใช่เพื่อน นี่มันพลอดรักกันชัดๆ”
       “คุณพ่อครับ”
       “เฮ้ย เงียบเลย ไอ้กะเทย” ก้องชักสีหน้า “แกอย่ามายุ่งกับลูกฉันอีก”
       เจนภพกดดับเครื่องทันที
       “ปล่อยผม”
       เจนภพกระชากต่อไปที่เตียง แล้วเหวี่ยงโครม ต่อล้มไป
       “เพราะอย่างนี้ใช่ไหม แกถึงไม่มองสาวที่ไหนเลย แถมยังมาลำเลิกว่าฉันสอนแกให้สำส่อน ไม่ให้เกียรติผู้หญิง ที่แท้แกชอบมั่วกับผู้ชายด้วยกัน”
       “รู้ก็ดีแล้วครับ แต่ถึงผมจะชอบผู้ชายด้วยกัน แต่ไม่เคยสำส่อนเหมือนพ่อ”
       เจนภพตบหน้าต่อฉาดใหญ่
       “ไอ้กะเทย แกทำลายชื่อเสียงวงศ์ตระกูลฉัน โคตรเหง้าฉันไม่มีพวกวิปริตผิดเพศอย่างแก”
       “ใช่ครับ โคตรเหง้าพ่อมีแต่พวกผิดศีลข้อ 3”
       “แก”
       เจนภพกระชากเข็มขัดออกเฆี่ยนลูกชายขวับๆ ต่อนอนนิ่ง ตาวาวไม่ตอบโต้แต่ไม่หนี รอยแดงขึ้นเป็นแนว
       นพนภาวิ่งเข้ามาพร้อมเนตรนภิศ ตามด้วยแต้ว ยายแหวง ต้อม นพนภาร้องกรี๊ดถลันเข้าขวาง เนตรนภิศแอบยิ้มสะใจ
       “อย่านะ อย่าทำลูก”
       “ยังจะมาปกป้องมันอีกหรือ เลี้ยงลูกจนกลายเป็นกะเทยแล้วยังไม่สำนึก”
       “ไม่จริงใช่ไหมต่อ”
       “มันคงสารภาพหรอก มันต้องวีธีนี้มันถึงจะบอกความจริง”
       เจนภพฟาดด้วยเข็มขัดอีกสองสามที ต่อไม่ร้อง ไม่ขัดเขิน นพนภาเข้ามายื้อเข็มขัด
       “อย่านะ อย่าทำลูก”
       “ปล่อย”
       เนตรนภิศเข้ามาดึงนพนภา
       “พี่นพนภาอย่ายุ่งค่ะ”
       
       เนตรนภิศดึงนพนภาถอยห่างออกมา เจนภพฟาดต่ออย่างแรงอีกสองสามที ต่อตัวสั่นตามแรงฟาด นพนภาร้องกรี๊ด ต้อมร้องไห้โฮ แต้ว ยายแหวงยืนเกาะกันไม่รู้จะทำยังไง
       “พ่อ หยุดเดี๋ยวนี้”
       ทุกคนหันขวับไปมองต้อง ต้องเดินช้าๆ มาขวางเจนภพกับต่อ หยิบเข็มขัดปาออกไป เจนภพนิ่งอั้นไป
       “มาห้ามทำไม กลับไป”
       ต้องสงบกอดต่อเข้ามาอย่างอ่อนโยนปกป้อง ต่อตัวแข็ง สัมผัสนั้นทำให้สะเทือนใจยิ่งยวด น้ำตาเอ่อขึ้น ความโกรธแค้นลดลง เจนภพอึ้ง
       “ไม่มีใครอยากเสียคนตั้งแต่เริ่มเป็นนางสาว แล้วก็ไม่มีใครอยากผิดเพศหรอกค่ะ”
       “ทำไม แกจะโทษฉันหรือโทษแม่ของแก”
       เจนภพยังคงเสียงกร้าว แม้ท่าทีอ่อนลง
       “หนูไม่โทษใครหรอกค่ะ แต่หนูอยากเชื่ออย่างที่ป้าสร้อยว่า ทุกอย่างเกิดจากกรรมของเราเอง”
       เจนภพนิ่ง ต่อเองก็นิ่งงันไป นพนภามองดูลูกสาวที่เยือกเย็นอย่างไม่น่าเชื่อพูดเสียงสั่นเครือ
       “แต้ว ยายแหวง พาต่อไปทำแผล”
       แต้วมาพาต่อลุกไป ต้องลุกตาม ยายแหวงช่วยประคองต้อง ต้องมีอาการเซ ต่อเข้าช่วยประคองพี่สาวพาออกไป เนตรนภิศแอบสะใจตามไปอีกคน ต้อมยืนละล้าละลัง
       “นี่คุณลืมอะไรไปหรือเปล่า”
       “คะ”
       “ผมกำลังรอว่าเมื่อไรคุณจะชวนผมหย่า ผมว่าเราหย่ากันได้แล้ว” นพนภาผงะ ต่อกับต้องชะงักหันมา ต้อมเริ่มเบะ เจนภพยิ้มเยาะ “ไม่ต้องห่วงเรื่องสมบัติมหาศาลของคุณ คุณว่าผมมาแต่ตัว ผมก็จะไปแต่ตัว”
       เจนภพจะเดินผละไป นพนภาเซไปเกาะมุมโต๊ะ ต้อมวิ่งไปเกาะขาเจนภพ แหงนหน้าวิงวอนน้ำตาพร่างพรู
       “ไม่เอา พ่อกับแม่อย่าหย่ากันนะ อย่าเลิกกันนะ”
       
       เจนภพนิ่งอึ้ง เจนภพนั่งลงที่เก้าอี้หน้าห้องกอดลูกสาวไว้ น้ำตาซึม นพนภามองมาอย่างหมดเรี่ยวแรง

   เนตรนภิศกลับมาบ้านยิ้มพริ้มพราย ขณะทานอาหารร่วมกับอมรและพงศกรที่อยู่ที่โต๊ะอาหาร คนใช้คอยรับใช้อยู่

        
       “เห็นว่าเจอกันในเว็ปแคม แล้วก็นัดเจอตัว นายก้องนี่เป็นแค่ครูฝึกในยิมคงไม่พ้นเป็นไอ้ตัวขายได้ทั้งชายทั้งหญิง ยี้ ขยะแขยง”
       อมรและพงศกรมองหน้ากัน หมดความอยากทานด้วยกันทั้งคู่
       “แล้วพวกเขาจะเอายังไงต่อ” อมรถาม
       “คงไปบังคับเจ้าต่อมันไม่ได้หรอก มันก็ยังคบอยู่ เงินทองก็คงปรนเปรอกันไม่ขาดสาย แหม ทั้งลูกสาว ลูกชาย งามหน้ากันทั้งคู่”
       “ไม่สงสารเลยเหรอครับ”
       “ไปสงสารทำไมคะ พี่นภาเลี้ยงลูกแบบนี้ ลูกชายไม่เป็นกะเทยก็ต้องเป็นเกย์”
       “เลี้ยงยังไงหรือ”
       “ก็ข่มผัว เล่าแต่เรื่องเลวๆ ของพ่อกรอกหูลูกจนฝังหัว แปลกจังนะคะ แม่ข่มผัวลูกก็เป็นกะเทย แม่แหย พ่อเผด็จการ ลูกสงสารแม่ ลูกก็เป็นกะเทยเหมือนกัน”
       อมรและพงศกรมองหน้ากัน ทั้งคู่มีแววอดรนทนไม่ไหว
       “ที่จริงยังมีอีกนะคุณ ผู้หญิงบางคนทำตัวไร้ค่า วันๆ มีแต่เรื่องไร้สติของคนจิตไม่ว่าง อิจฉาริษยา นินทา แต่คิดว่าตัวเองเป็นคนดี ลูกชายเห็นเข้าทุกวันก็ฝังใจว่า ผู้หญิงน่ารังเกียจก็เลยเป็นเกย์ได้เหมือนกัน”
       “ว้าย เข้าเค้าค่ะ นี่คุณไปรู้มาจากไหน”
       “ผมดูจากใกล้ๆ ตัวนี่แหละ คนนึงเห็นตอนเป็นเด็ก อีกคนเห็นตอนแต่งงานแล้ว”
       อมรพูดเกือบชัดแจ้ง แต่เนตรนภิศไม่รับรู้ พงศกรตกใจจึงใช้เท้าเตะหน้าแข้งอมร
       “เฮ้ย แค่ทฤษฎีจิตวิทยา เดี๋ยวนี้เขาพิสูจน์แล้ว คนจะเป็นน่ะมันฝังมาตั้งแต่โครโมโซมแล้ว อย่าโทษพ่อโทษแม่กันนักเลย”
       “ต้องโทษค่ะ พ่อแม่เยอะแยะไปเลี้ยงลูกไม่เป็น มีลูกรัก ลูกชัง ลูกฉัน ลูกเธอ ลูกเก่ง ลูกโง่ ให้ท้ายคนนึง สาปแช่งคนนึง ลงท้ายบ้านก็แตก”
       เนตรนภิศพรั่งพรูคิดแต่ความขมขื่นของตัวเอง อมรและพงศกรมองกัน สีหน้าอมรสลดลงพงศกรเอื้อมมือมาจับมืออมรที่วางอยู่ที่ตักในเชิงให้กำลังใจ
       
       วันต่อมาที่บริษัทซีเอ็มซี คอนซัลท์ติ้ง วีกิจนั่งจิบกาแฟอยู่กับลูกศร
       “รู้ไหมคะ นาฬิกาทรายเนี่ยนินเขาบอกว่าเป็นของขวัญที่จะทำให้คุณนึกถึงวันที่ไปทะเลกับเขา”
       วีกิจนิ่งอั้น สุขกับโศกเท่ากัน รู้ชัดว่าไม่ใช่ของขวัญแห่งการตัดรอน
       “ถึงไม่มีนาฬิกาทรายนั่น ผมก็ไม่มีวันลืมวันนั้นหรอกฮะ”
       “เอ อะไรน่าจดจำกว่าคะ การไปก่อปราสาททราย ปิ้งย่างอาหารสดหรือการไปดูดาวที่ท้องฟ้าจำลอง”
       วีกิจหน้าแดงฉาน ลูกศรมองดูรู้ว่ามุนินทร์ที่แข็งกระด้างรักส่วนอ่อนไหวในตัวชายผู้นี้
       “นี่เขาเล่าให้คุณฟังหมดเลยหรือฮะ”
       “ไม่หรอกค่ะ มีเรื่องที่เขาไม่ยอมเล่าอีกตั้งเยอะ มีหลายเรื่องที่ฉันก็ไม่รู้ แล้วก็คงมีหลายเรื่องที่คุณไม่รู้”
       “ครับ”
       “ก่อนวันเกิดคุณ ไอ้มือปืนคนนั้นบุกไปถึงคอนโดมันจะฆ่านิน จับนินกดน้ำที่สระแทบขาดใจตาย นินหนีขึ้นมาได้ โชคช่วยที่เจ้ามือปืนโดนไฟช็อตตายเสียเอง งานนี้คงไม่พ้นอาสะใภ้คุณส่งมันมา”
       วีกิจหน้าซีดลง
       “เพราะอย่างนี้นี่เอง นินถึงไม่ไปงานวันเกิดผมแต่กลับบุกไปที่งานริมสระแล้วไปสร้างความแตกแยกให้ครอบครัวอานภาอีกครั้ง”
       วีกิจยิ่งสะเทือนใจกับวันเกิด วันปาร์ตี้หน้ากากและการแก้แค้นทั้งมวลของตน ณัฐดนัยเดินมาลูกศรโบกมือเรียก
       “คุณสองคนคงมีธุระ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”
       วีกิจลุกขึ้น ณัฐดนัยเข้ามา
       “อ้าว จะกลับแล้วหรือครับ”
       “ครับ ขอบคุณมากนะฮะ สวัสดีครับ”
       “สวัสดีค่ะ / สวัสดีครับ”
       ณัฐดนัยนั่งลง ลูกศรทำพริ้ม
       “คุณพูดอะไรกับเขาฮะ ทำไมเขามองผมยิ้มๆ”
       “ฉันบอกเขาว่าคุณอาจจะเป็นเกย์น่ะซีคะ เขาจะได้เลิกหึงคุณ”
       “เอ๊ะ คราวที่แล้วผมเป็นคู่หมั้นคุณไม่ใช่เหรอ วันนี้กลายเป็นเกย์ไปแล้ว”
       “ค่ะ เป็นคู่หมั้นเกย์ไงคะ”
       “ผมเป็นเกย์ไม่ได้หรอกครับ ถ้าผมยังเห็นคุณลูกศรสวยขนาดนี้”
       ลูกศรเขินเสียเอง ณัฐดนัยยิ้มหวานแลวลุกเดินมาที่เคาน์เตอร์สั่งเครื่องดื่ม
       “อีตาบอส พูดจริงรึเปล่าเนี่ย”
       
       คืนนั้นกริบมาหาวีกิจที่บ้าน กริบพลิกนาฬิกาทรายที่วางอยู่ในห้องวีกิจ ทรายร่วงพรูลง วีกิจมองดูแบบคนหวงของรัก
       “พี่สาวฝาแฝดกลับมาแก้แค้นแทนน้องสาว แล้วมุตตาตัวจริงล่ะ อยู่ที่ไหน”
       “ตากลับไปเพชรบูรณ์ คงยังอยู่ที่นั่น แล้วให้มุนินทร์กลับมาจัดการเรื่องทั้งหมด”
       “เท่ดีว่ะ ปลอมเป็นน้องสาวตัวเอง แล้วไม่มีใครรู้ แกจะทำยังไงต่อ”
       “ฉันอาจจะตามตาไปที่เพชรบูรณ์” วีกิจครุ่นคิด


       



ประวัติดารา ที่เกี่ยวข้องกับ




Tag : แรงเงา เรื่องย่อละคร แรงเงา ละครย้อนหลัง แรงเงา ละคร แรงเงา คลิปละคร แรงเงา เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เคน ภูภูมิ ธัญญ่า
เมื่อ : 12 พ.ย. 55 16:52:28
ที่มา: www.manager.co.th
โดย : ท่านโชกุน